Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน
บทที่ 57 มนุษย์มิสมควรท้อแท้จนเกินไป เมื่อเขาร่วงหล่นลงสู่ความผิดพลาดบางประการ

“บุตรของเราเอ๋ย ความพากเพียรแลความถ่อมตนในยามยากลำบากนั้น ย่อมเป็นที่พอพระทัยเรายิ่งกว่าความปลอบประโลมแลกิจศรัทธาอันมากมายในยามรุ่งเรือง เหตุใดถ้อยคำเล็กน้อยที่กล่าวต่อต้านเจ้าจึงทำให้เจ้าเศร้าหมองนักเล่า? แม้มันจะมากยิ่งกว่านี้ เจ้าก็ยังมิสมควรที่จะหวั่นไหว ทว่าบัดนี้จงปล่อยให้มันผ่านไปเถิด มันมิใช่ครั้งแรก มิใช่เรื่องใหม่ แลมันก็จักมิใช่ครั้งสุดท้าย หากเจ้ายังมีชีวิตอยู่อีกยาวนาน เจ้ามีความกล้าหาญเพียงพอ ตราบเท่าที่หามีความยากลำบากใดมาเผชิญหน้าเจ้า เจ้ายังให้คำปรึกษาที่ดี แลรู้จักเสริมกำลังผู้อื่นด้วยถ้อยคำของเจ้า ทว่าเมื่อความทุกข์ยากมาเคาะประตูบ้านของเจ้าเองโดยพลัน คำปรึกษาแลกำลังของเจ้ากลับพังทลายลง จงพิจารณาถึงความเปราะบางอันใหญ่หลวงของเจ้า ซึ่งเจ้ามักจะประสบอยู่เสมอในเรื่องเล็กน้อย ถึงกระนั้น เพื่อเห็นแก่พลานามัยแห่งวิญญาณจิตของเจ้า สิ่งเหล่านี้ย่อมถูกกระทำขึ้นเมื่อมันแลสิ่งอื่นที่คล้ายคลึงกันบังเกิดขึ้นกับเจ้า”

2. “จงละทิ้งสิ่งเหล่านั้นไปจากดวงใจของเจ้าให้ดีที่สุดเท่าที่เจ้าจะทำได้ แลหากความทุกข์ยากได้สัมผัสต้องเจ้า ก็จงอย่าให้มันดึงเจ้าให้ตกต่ำลงหรือทำให้เจ้าพัวพันอยู่นานนัก อย่างน้อยที่สุด จงแบกรับมันไว้อย่างพากเพียร หากเจ้ามิอาจกระทำด้วยความชื่นชมยินดีได้ แลแม้เจ้าจะมิเต็มใจอย่างยิ่งที่จะได้ยินมัน แลรู้สึกขุ่นเคือง ทว่าจงยับยั้งชั่งใจตนเอง แลอย่าปล่อยให้ถ้อยคำที่มิได้ไตร่ตรองหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของเจ้า ซึ่งอาจทำให้ผู้ต่ำต้อยต้องสะดุดล้มลงได้ ในไม่ช้าพายุที่พัดโหมกระหน่ำย่อมสงบลง แลความโศกเศร้าภายในย่อมถูกทำให้หวานชื่นขึ้นด้วยพระหรรษทานที่หวนคืนมา เรายังมีชีวิตอยู่ พระเจ้าตรัส พร้อมที่จะช่วยเหลือเจ้า แลประทานความปลอบประโลมแก่เจ้ามากยิ่งกว่าที่เคย หากเจ้าวางความไว้วางใจในเรา แลร้องเรียกหาเราด้วยกิจศรัทธา”

3. “จงมีจิตใจที่สงบเยือกเย็นยิ่งขึ้น แลเตรียมพร้อมตนเองสำหรับความอดทนอันยิ่งใหญ่กว่า สรรพสิ่งยังมิได้สูญเปล่า แม้เจ้าจะพบว่าตนเองมักจะถูกเบียดเบียนหรือถูกผจญอย่างแสนสาหัสอยู่บ่อยครั้ง เจ้าคือมนุษย์ มิใช่พระเจ้า เจ้าคือเนื้อหนัง มิใช่ทูตสวรรค์ เจ้าจะสามารถธำรงตนอยู่ในสภาวะแห่งฤทธิ์กุศลอันเดียวกันนี้ตลอดเวลาได้อย่างไรเล่า ในเมื่อทูตสวรรค์ในสวรรค์ยังร่วงหล่น แลมนุษย์คนแรกในสรวงสวรรค์ก็เช่นกัน? เราคือผู้ที่ยกชูบรรดาผู้คร่ำครวญให้ไปสู่การกอบกู้ แลบรรดาผู้ที่รู้จักความอ่อนแอของตนเองนั้น เราจักยกชูพวกเขาขึ้นสู่ธรรมชาติของเราเอง”

4. ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ขอพระวจนะของพระองค์จงได้รับการถวายพระพร ซึ่งหวานชื่นต่อปากของข้าพระองค์ยิ่งกว่าน้ำผึ้งแลรวงผึ้ง ข้าพระองค์จะกระทำสิ่งใดได้เล่าในท่ามกลางความทุกข์ยากแลความกระวนกระวายอันใหญ่หลวงของข้าพระองค์ หากพระองค์มิได้ทรงบรรเทาใจข้าพระองค์ด้วยพระวจนะอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์? หากเพียงข้าพระองค์อาจบรรลุถึงท่าเรือแห่งความรอดพ้นได้ มันจะสำคัญอันใดเล่าที่ข้าพระองค์จะต้องทนทุกข์ต่อสิ่งใดหรือมากน้อยเพียงใด? ขอทรงประทานจุดจบอันดีงามแก่ข้าพระองค์ ขอทรงประทานการก้าวผ่านออกจากโลกนี้ไปอย่างเปี่ยมสุข ขอทรงระลึกถึงข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ แลขอทรงนำพาข้าพระองค์ไปตามหนทางอันถูกต้องสู่อาณาจักรของพระองค์ อาแมน

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต 

1. เมื่อความท้อแท้หรือความอ่อนแอฝ่ายเนื้อหนังมาเยือน ข้าพเจ้าตีอกชกตัวจนสูญเสียความหวัง หรือยอมรับว่าตนเองเป็นเพียงมนุษย์และหันไปพึ่งพาพระเจ้าทันที?

2. ข้าพเจ้าสามารถอดกลั้นและระมัดระวังคำพูดของตนเองเมื่อถูกวิจารณ์หรือขัดใจ เพื่อรักษาสันติสุขภายในและไม่ทำให้ผู้อื่นสะดุดหรือไม่?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 57

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์แหล่งความอดทนและความบรรเทาใจ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ บ่อยครั้งที่ข้าพระองค์อ่อนแอและพ่ายแพ้ต่อการผจญล่อลวง

ขอทรงประทานพระหรรษทานให้ข้าพระองค์ลุกขึ้นใหม่ด้วยดวงใจที่เปี่ยมด้วยความหวัง ขออย่าให้ความผิดพลาดของข้าพระองค์ทำให้ข้าพระองค์จมดิ่งลงสู่ความสิ้นหวัง ทว่าขอให้มันเป็นเครื่องเตือนใจให้ข้าพระองค์พึ่งพาพระพละกำลังของพระองค์มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน

บทที่ 57 มนุษย์มิสมควรท้อแท้จนเกินไป เมื่อเขาร่วงหล่นลงสู่ความผิดพลาดบางประการ