เสียงแห่งองค์ผู้เป็นที่รัก
เจ้าสมควรแสวงหาพระหรรษทานแห่งกิจศรัทธาอย่างจริงจัง วิงวอนขอสิ่งนั้นอย่างร้อนรน รอคอยสิ่งนั้นด้วยความพากเพียรแลสัตย์ซื่อ รับสิ่งนั้นด้วยความกตัญญู รักษาเยียวยาสิ่งนั้นด้วยความถ่อมตน ปฏิบัติงานร่วมกับสิ่งนั้นอย่างอุตสาหะ แลมอบหมายกาลเวลาตลอดจนวิถีทางแห่งการเยี่ยมเยียนจากสวรรค์ไว้กับพระเจ้าจนกว่าสิ่งนั้นจะมาถึง ประการสำคัญ เจ้าสมควรถ่อมตนลงเมื่อเจ้ารู้สึกว่าตนมีกิจศรัทธาอยู่ภายในเพียงน้อยนิดหรือหามีเลย ทว่าอย่าได้ท้อแท้จนเกินไป หรือโศกเศร้าจนเกินขอบเขต บ่อยครั้งพระเจ้าทรงประทานสิ่งที่พระองค์ทรงปฏิเสธมาเนิ่นนานให้ในชั่วพริบตาเดียว บางคราพระองค์ทรงประทานให้ในตอนท้ายสุด ซึ่งสิ่งที่พระองค์ทรงเลื่อนการประทานให้ในตอนเริ่มต้นของการสวดภาวนา
2. หากแม้พระหรรษทานถูกประทานให้ในทันทีเสมอ แลอยู่ใกล้แค่เอื้อมตามความปรารถนา มนุษย์ผู้อ่อนแอก็คงยากที่จะทนรับไว้ได้ เหตุฉะนี้ พระหรรษทานแห่งกิจศรัทธาจึงเป็นสิ่งที่สมควรต้องรอคอยด้วยความหวังอันดีงามแลด้วยความพากเพียรอันถ่อมตน ถึงกระนั้น จงตำหนิตัวเจ้าเองแลบาปของเจ้าเถิด เมื่อเจ้ามิได้รับสิ่งนั้น หรือเมื่อสิ่งนั้นถูกพรากไปอย่างลี้ลับ บางคราสิ่งเล็กน้อยก็เป็นตัวขัดขวางแลซ่อนเร้นพระหรรษทาน (หากจะเรียกสิ่งนั้นว่าเล็กน้อยแลมิใช่สิ่งใหญ่โต ซึ่งขัดขวางความดีงามอันยิ่งใหญ่ปานนั้น) ทว่าหากเจ้าขจัดสิ่งนี้ทิ้งไป ไม่ว่ามันจะเล็กหรือใหญ่ แลเอาชนะมันได้อย่างสมบูรณ์ เจ้าก็จักได้รับในสิ่งที่เจ้าได้ทูลขอ
3. เพราะในทันทีที่เจ้าได้มอบถวายตนเองแด่พระเจ้าด้วยสิ้นสุดดวงใจ แลมิได้แสวงหาสิ่งนี้หรือสิ่งนั้นตามเจตจำนงแลความพอใจของเจ้าเอง ทว่าได้ตั้งมั่นตนเองอยู่ในพระองค์อย่างบริบูรณ์ เจ้าจักพบว่าตนเองได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวแลมีสันติสุข เพราะจะหามีสิ่งใดมอบความลิ้มรสอันหวานชื่นแลความรื่นรมย์ให้แก่เจ้าได้ เท่ากับความพอพระทัยแห่งเจตจำนงของพระเจ้า เหตุฉะนี้ ผู้ใดก็ตามที่ได้ยกเจตจำนงของตนขึ้นสู่พระเจ้าด้วยความซื่อตรงแห่งดวงใจ แลได้ปลดปล่อยตนเองให้เป็นอิสระจากความรักอันไร้ระเบียบ หรือความเกลียดชังต่อสิ่งเนรมิตใดๆ ผู้นั้นย่อมเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะได้รับพระหรรษทาน แลคู่ควรแก่ของประทานแห่งกิจศรัทธา เพราะที่ใดที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพบภาชนะที่ว่างเปล่า(1) ที่นั่นพระองค์ย่อมประทานพระพรของพระองค์ แลยิ่งมนุษย์ละทิ้งสิ่งที่มิอาจนำมาซึ่งประโยชน์ได้สมบูรณ์เพียงใด แลตายจากตนเองมากเพียงใด พระหรรษทานก็ยิ่งมาถึงรวดเร็วเพียงนั้น มันยิ่งหลั่งไหลเข้ามาอย่างอุดมสมบูรณ์เพียงนั้น แลยิ่งยกชูดวงใจที่เป็นอิสระให้สูงส่งขึ้นเพียงนั้น
4. เมื่อนั้นเขาจักได้เห็น แลหลั่งไหลรวมกัน แลประหลาดใจ แลวิญญาณจิตของเขาจักเบิกบานอยู่ภายใน(2) เพราะพระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่กับเขา แลเขาได้วางตนเองไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์อย่างสิ้นเชิง ตลอดกาลเป็นนิตย์ ดูเถิด มนุษย์ที่แสวงหาพระเจ้าด้วยสิ้นสุดดวงใจ แลมิได้รับวิญญาณจิตของตนมาโดยเปล่าประโยชน์ จักได้รับบรมสุขเช่นนี้แล มนุษย์ผู้นี้เมื่อได้รับศีลมหาสนิทอันศักดิ์สิทธิ์ ย่อมได้รับพระหรรษทานอันยิ่งใหญ่แห่งการรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า เพราะเขามิได้คำนึงถึงกิจศรัทธาแลความปลอบประโลมของตนเอง ทว่าคำนึงถึงสิริรุ่งโรจน์แลเกียรติยศของพระเจ้า เหนือกว่ากิจศรัทธาแลความปลอบประโลมทั้งปวง
(1) 2 พงศ์กษัตริย์ 4 (2) อิสยาห์ 60:5
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. เมื่อข้าพเจ้ารู้สึก "แห้งแล้ง" แลไร้กิจศรัทธาในการรับศีล ข้าพเจ้าตีโพยตีพาย หรือข้าพเจ้าน้อมรับด้วยความถ่อมตนแลอดทนรอคอยเวลาของพระเจ้า?
2. ข้าพเจ้าได้ตระเตรียม "ภาชนะแห่งดวงใจ" ให้ว่างเปล่าจากความรักในโลก เพื่อให้พระเจ้าเทพระหรรษทานลงมาอย่างเต็มเปี่ยมหรือไม่?
บทภาวนาประจำบทที่ 15
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ผู้ประทานพระพรแก่ดวงใจที่ถ่อมตนแลว่างเปล่า ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์
ขอทรงประทานพระหรรษทานให้ข้าพระองค์รู้จักละทิ้งเจตจำนงของตนเอง แลสละความผูกพันต่อสิ่งเนรมิตทั้งปวง เมื่อดวงใจของข้าพระองค์แห้งแล้ง ขอทรงสอนให้ข้าพระองค์รู้จักรอคอยการเยี่ยมเยียนจากพระองค์ด้วยความพากเพียร ขอให้การรับศีลมหาสนิทของข้าพระองค์ มิใช่เพื่อแสวงหาความปลอบประโลมส่วนตน ทว่าเพื่อสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน