Skip to main content
เล่มที่ 2 - “พิธีมิสซา ศีลศักดิ์สิทธิ์ และการสวดภาวนา“
บทที่ 4 ตอนที่ 2 “อาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ของพระสงฆ์“

เขียนโดย
- พระสังฆราช รัฟฟาเอลโล มาร์ติเนลลี -
แปลและเรียบเรียงโดย
Faith4Thai.com

สิ่งที่เราได้กล่าวไปแล้วเกี่ยวกับการแต่งกายในวันฉลองของสัตบุรุษเมื่อเข้าร่วมการเฉลิมฉลองศีลศักดิ์สิทธิ์นั้น ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ "อาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์" (Liturgical vestments) ที่พระสงฆ์สวมใส่เมื่อเป็นประธานในพิธีเฉลิมฉลองศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ได้เช่นเดียวกัน

แต่ยังมีเหตุผลและจุดประสงค์เพิ่มเติมที่อธิบายว่า ทำไมพระสงฆ์จึงต้องสวมใส่อาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่สง่างาม และด้วยเหตุผลอันมีความหมายเฉพาะเจาะจงนี้เอง อาภรณ์ที่พระสงฆ์สวมใส่จึงต้องได้รับการเสกอย่างเหมาะสมก่อนนำไปใช้ในพิธีกรรม

จุดประสงค์เฉพาะของอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์
สำหรับพระสงฆ์ผู้เป็นประธานในพิธีคืออะไร?

Line deco2

อาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์บ่งบอกถึงพันธกิจพิเศษของพระสงฆ์ในการเฉลิมฉลองศีลศักดิ์สิทธิ์ ในทุกศีลศักดิ์สิทธิ์ ท่านไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง แต่ทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของพระคริสตเจ้าและเป็นประธานในพิธีกรรม ต้องขอบคุณอำนาจศักดิ์สิทธิ์พิเศษที่ท่านได้รับจาก ศีลบวช (Holy Orders)

อาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้เป็นประธานในพิธีสวมใส่ จึงบ่งบอกถึงการรับใช้ในฐานะศาสนบริกรพิเศษ ซึ่งอาศัยพระหรรษทานแห่งศีลศักดิ์สิทธิ์ ท่านไม่ได้ประกอบพิธีในนามของตนเองหรือในฐานะตัวแทนของชุมชน แต่ท่านกำลังรวมเป็นหนึ่งเดียวกับ "มหาสมณะสูงสุด" ซึ่งก็คือพระคริสตเจ้า โดยทำหน้าที่ "ในพระบุคคลของพระคริสตเจ้าผู้เป็นพระเศียร" (in persona Christi capitis) และในนามของพระศาสนจักร

อาภรณ์ที่สวมใส่ยังช่วยเตือนใจท่านว่า ท่านไม่ใช่ "เจ้าของ" ที่จะสามารถนำบทพิธีกรรมและพิธีศักดิ์สิทธิ์ไปปรับเปลี่ยนตามอำเภอใจหรือใส่สไตล์ส่วนตัวลงไปได้ แต่ท่านกำลังทำหน้าที่ในนามของ "ผู้อื่น" (พระคริสตเจ้า) ซึ่งเป็นพันธกิจที่แตกต่างจากสัตบุรุษทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

อันที่จริง "ในพระศาสนจักรซึ่งเป็นพระกายของพระคริสตเจ้า สมาชิกทุกคนไม่ได้มีหน้าที่เดียวกัน ความหลากหลายของหน้าที่นี้แสดงออกให้เห็นภายนอกในการเฉลิมฉลองศีลมหาสนิทผ่านความหลากหลายของอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น อาภรณ์จึงเป็นเครื่องหมายของหน้าที่เฉพาะของศาสนบริกรแต่ละคน นอกจากนี้ อาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ยังควรมีส่วนช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับการกระทำอันศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วย อาภรณ์ที่พระสงฆ์และสังฆานุกรสวมใส่ รวมถึงเครื่องแต่งกายของศาสนบริกรฆราวาส จะต้องได้รับการเสกก่อนนำไปใช้ในพิธีกรรมตามที่ระบุไว้ในหนังสือพิธีกรรมโรมัน" (ข้อแนะนำทั่วไปสำหรับหนังสือมิสซาจารีตโรมัน [GIRM], ข้อ 335)

แนวทางของพระศาสนจักร
เกี่ยวกับอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์มีอะไรบ้าง?

Line deco2

การที่ศาสนบริกรยอมตนอยู่ภายใต้ธรรมล้ำลึกที่พระศาสนจักรมอบหมายให้ดูแลเพื่อประโยชน์ของประชากรของพระเจ้า จะต้องถูกแสดงออกผ่านการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางพิธีกรรมด้วย

สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ตรัสว่า: "ข้อกำหนดเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการแต่งกาย โดยเฉพาะอาภรณ์ที่ผู้เป็นประธานในพิธีสวมใส่ แน่นอนว่าเคยมีและยังมีสถานการณ์ที่ไม่สามารถทำตามข้อกำหนดได้ เราประทับใจมากเมื่อได้อ่านหนังสือของพระสงฆ์ที่เคยเป็นนักโทษในค่ายกักกัน ซึ่งบรรยายถึงการประกอบพิธีมิสซาโดยไม่มีพระแท่นและไม่มีอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ ในสถานการณ์เช่นนั้นถือเป็นความกล้าหาญที่ควรค่าแก่การยกย่องอย่างยิ่ง แต่ในสถานการณ์ปกติ การเพิกเฉยต่อข้อกำหนดทางพิธีกรรมอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการขาดความเคารพต่อศีลมหาสนิท ซึ่งอาจเกิดจากลัทธิตัวใครตัวมัน การขาดวิจารณญาณ หรือการขาดจิตตารมณ์แห่งความเชื่อ" (Dominicae Cenae, ข้อ 12)

ด้วยเหตุนี้ พระศาสนจักรจึงได้ให้แนวทางที่เหมาะสมเกี่ยวกับเครื่องใช้ในพิธีกรรมและอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อแสดงมิติทางศาสนาและจิตวิญญาณออกมาให้ดีที่สุด โดยหลีกเลี่ยงการทำเพื่อความหวือหวาหรือเหมือนการแสดงละคร:

  • "การประดับตกแต่งวัดควรเน้นที่ความเรียบง่ายแต่งดงาม มากกว่าความหรูหราโอ่อ่า การเลือกใช้วัสดุควรคำนึงถึงความแท้จริง และควรส่งเสริมการสอนสัตบุรุษรวมถึงศักดิ์ศรีของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์... พระศาสนจักรยอมรับการแสดงออกทางศิลปะของทุกชนชาติ มุ่งมั่นที่จะอนุรักษ์งานศิลปะจากอดีตและปรับใช้ให้เข้ากับความต้องการใหม่ๆ พร้อมทั้งส่งเสริมงานศิลปะใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับยุคสมัย" (GIRM, ข้อ 292)
  • "ในการเลือกผลงานศิลปะเข้ามาในวัด ควรพิจารณาถึงความเป็นเลิศทางศิลปะที่ช่วยหล่อเลี้ยงความเชื่อและความศรัทธา และสอดคล้องกับความหมายและจุดประสงค์ของการใช้งาน" (GIRM, ข้อ 289)
  • "ความงดงามและสูงส่งของอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรมาจากการประดับประดาที่มากเกินไป แต่ควรมาจากวัสดุที่ใช้และการออกแบบ ลวดลายบนอาภรณ์ควรเป็นรูปภาพหรือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการใช้งานศักดิ์สิทธิ์ โดยหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่เหมาะสม" (GIRM, ข้อ 344)
  • "นอกจากวัสดุแบบดั้งเดิมแล้ว ยังสามารถใช้ผ้าทอธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค รวมถึงผ้าใยสังเคราะห์ที่เหมาะสมกับความสง่างามของพิธีกรรมและบุคคลศักดิ์สิทธิ์ได้ด้วย" (GIRM, ข้อ 343)
  • "พระศาสนจักรยอมรับรูปแบบศิลปะของแต่ละภูมิภาค และการปรับเปลี่ยนที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและประเพณีของแต่ละประเทศ ตราบใดที่ยังเหมาะสมกับจุดประสงค์การใช้งานศักดิ์สิทธิ์" (GIRM, ข้อ 325)
  • "สำหรับการเลือกวัสดุ นอกเหนือจากวัสดุดั้งเดิมแล้ว ยังอนุญาตให้ใช้วัสดุอื่นๆ ที่คนยุคปัจจุบันมองว่าทรงคุณค่า ทนทาน และเหมาะกับการใช้งานศักดิ์สิทธิ์" (GIRM, ข้อ 326)
  • "สำหรับรูปแบบของอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ สภาพระสังฆราชสามารถกำหนดและเสนอต่อสันตะสำนัก เพื่อขอปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความต้องการและธรรมเนียมปฏิบัติของแต่ละภูมิภาคได้" (GIRM, ข้อ 342)

ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา
เกิดอะไรขึ้นกับอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์บ้าง?

Line deco2

ในการส่งเสริมการฟื้นฟูจิตวิญญาณของพระศาสนจักร นักบุญชาร์ลส์ บอร์โรเมโอ ได้ทำการปฏิรูปพิธีกรรมและเรียกร้องให้ใส่ใจอย่างยิ่งในการเตรียม การเก็บรักษา และการใช้อาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ โดยสั่งให้เลิกใช้อาภรณ์ที่ไม่เหมาะสมแล้ว อาภรณ์บางชิ้นถูกนำมาดัดแปลงใช้ใหม่ บางชิ้นถูกทำลายทิ้ง

นี่คือเหตุผลที่เรามักพบเห็นผ้าจากยุคก่อนๆ ถูกนำมาผสมผสานอยู่ในอาภรณ์ของยุคต่อมา ในบางกรณี ผ้าเก่าถูกนำมาตัดเย็บใหม่ด้วยสไตล์ใหม่ ผ้าจากยุคก่อนที่อาจดูเรียบง่ายเกินไปหรือหรูหราเกินไปสำหรับความรู้สึกของคนในยุคต่อมา ก็จะถูกนำมาเป็นวัตถุดิบเพื่อสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ๆ

อาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ประเภทต่างๆ
ที่พระสงฆ์สวมใส่มีอะไรบ้าง?

Line deco2

นี่คืออาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์หลักๆ ที่พระสงฆ์ใช้ในการเฉลิมฉลองศีลศักดิ์สิทธิ์:

  • ผ้าคลุมไหล่ (Amice): ผ้าสีขาวสำหรับพันรอบคอ ใช้เมื่อเสื้ออัลบาไม่สามารถปกปิดเสื้อผ้าชุดประจำวันของพระสงฆ์ได้มิดชิด
  • เสื้ออัลบา (Alb): เสื้อคลุมผ้าสีขาวตัวยาวกรอมเท้า ที่ปกปิดเสื้อผ้าของพระสงฆ์จนมิด
  • สายรัดเอว (Cincture): เชือกหรือสายผ้าที่ใช้รัดเสื้ออัลบาบริเวณเอวของพระสงฆ์
  • สายสโตลา (Stole): อาภรณ์สำคัญลักษณะคล้ายผ้าพันคอยาว พระสงฆ์จะคล้องไว้รอบคอ ส่วนสังฆานุกรจะสะพายเฉียงจากบ่าซ้ายทิ้งชายลงมาที่สะโพกขวา
  • เสื้อกาสุลา (Chasuble): เสื้อคลุมชั้นนอกสุดที่พระสงฆ์สวมทับเสื้ออัลบาและสายสโตลา มีสีสันตามเทศกาลทางพิธีกรรม
  • เสื้อสุปรี (Surplice): เสื้อคลุมสีขาวแขนสั้นกว้าง ความยาวถึงเข่า มักประดับด้วยลูกไม้ ใช้สวมทับเสื้อหล่อ (Cassock) ผู้ช่วยพิธีก็สวมเสื้อนี้เช่นกัน
  • ผ้าคลุมไหล่จับรัศมี (Humeral veil): ผ้าผืนยาวสำหรับคลุมไหล่และมือ ใช้เพื่อแสดงความเคารพเมื่อพระสงฆ์ถือรัศมี (Monstrance) ในพิธีอวยพรศีลมหาสนิท หรือในขบวนแห่ หรือการแห่ของถวาย
  • เสื้อโคป (Cope): เสื้อคลุมยาวใช้สำหรับขบวนแห่ และต่อมาใช้ในการสวดทำวัตรในวันฉลองบังคับ การประกอบพิธีศีลศักดิ์สิทธิ์นอกพิธีมิสซา และพิธีอวยพรศีลมหาสนิท

Vestments priest


สีทางพิธีกรรมสำหรับการเฉลิมฉลองศีลศักดิ์สิทธิ์
และโดยเฉพาะพิธีมิสซา มีสีอะไรบ้าง?

Line deco2

สีต่างๆ ช่วยเน้นย้ำถึงเทศกาลทางพิธีกรรมและคุณลักษณะเฉพาะของแต่ละเทศกาล: "ความหลากหลายของสีอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์มีจุดประสงค์เพื่อแสดงออกให้เห็นชัดเจนถึงลักษณะเฉพาะของธรรมล้ำลึกแห่งความเชื่อที่กำลังเฉลิมฉลอง และเพื่อแสดงถึงความก้าวหน้าของชีวิตคริสตชนตลอดวงจรของปีพิธีกรรม" (GIRM, ข้อ 345)

ตามประเภทและจุดประสงค์ของการเฉลิมฉลอง วันและเทศกาลทางพิธีกรรมของปีพระศาสนจักร ได้กำหนดสีของอาภรณ์ไว้ดังนี้: ขาว แดง เขียว ม่วง ชมพู และดำ (ในทุกช่วงเวลาของปีพิธีกรรม สามารถใช้ สีทอง แทนสีที่กล่าวมาข้างต้นได้ในกรณีที่เป็นวันสมโภชสำคัญเป็นพิเศษ)

ช่วงเวลาทางพิธีกรรมและความหมายของแต่ละสี มีดังนี้:

  • สีขาว  ใช้ในเทศกาลปัสกาและพระคริสตสมภพ รวมถึงวันฉลองพระแม่มารีย์และบรรดานักบุญที่ไม่ได้เป็นมรณสักขี เป็นสีแห่งความชื่นชมยินดีของปัสกา สีแห่งแสงสว่างและชีวิต
  • สีเขียว ใช้ในเทศกาลธรรมดา แสดงถึงความมีชีวิตชีวาของพระศาสนจักร และการเริ่มต้นชีวิตใหม่
  • สีแดง ใช้ในวันอาทิตย์มหาทรมาน (วันอาทิตย์ใบลาน) วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ วันสมโภชพระจิตเจ้า และวันฉลองบรรดามรณสักขี สื่อถึงของประทานแห่งพระจิตเจ้าที่ทำให้เรากล้าเป็นพยานถึงความเชื่อแม้ต้องพลีชีพ (และยังเป็นสัญลักษณ์ของโลหิตด้วย)
  • สีม่วง ใช้ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า (แอดเวนต์) เทศกาลมหาพรต และพิธีมิสซาผู้ล่วงลับ สัญลักษณ์ของความหวัง การรอคอยที่จะพบพระเยซูเจ้า จิตตารมณ์แห่งการใช้โทษบาป และความหวังของคริสตชนในช่วงเวลาแห่งความทุกข์และความโศกเศร้า
  • สีชมพู ใช้ในจารีตโรมันเฉพาะวันอาทิตย์ที่ 3 ของเทศกาลแอดเวนต์ และวันอาทิตย์ที่ 4 ของเทศกาลมหาพรต บ่งบอกถึงความชื่นชมยินดีที่วันสมโภชใหญ่กำลังใกล้เข้ามา
  • สีดำ  บางครั้งใช้ในพิธีปลงศพและการเฉลิมฉลองสำหรับผู้ล่วงลับ

 

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 2 - “พิธีมิสซา ศีลศักดิ์สิทธิ์ และการสวดภาวนา“

บทที่ 4 ตอนที่ 2 “อาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ของพระสงฆ์“