Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 1 โอวาทอันให้ประโยชน์ ต่อชีวิตภายใน
บทที่ 1 ว่าด้วยการเลียนแบบองค์พระคริสต์ แลความชิงชังต่อความอนิจจังทั้งปวงแห่งโลกนั้น

"ผู้ที่ตามเรามาจะมิเดินในความมืดเลย"(1) พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้แล ถ้อยคำเหล่านี้คือพระดำรัสของพระคริสต์ ซึ่งทรงสั่งสอนให้เรารู้ว่า เราจำต้องจำลองแบบพระชนม์ชีพแลพระอุปนิสัยของพระองค์เพียงใด แม้ว่าเรามาตรหมายจะแสวงหาความสว่างอันถ่องแท้ แลการปลดเปลื้องจากความมืดบอดแห่งดวงใจทั้งสิ้น เหตุฉะนี้ ขอให้การพินิจพิเคราะห์อย่างเอาใจใส่ยิ่งของเรา คือการตั้งมั่นรำพึงถึงพระชนม์ชีพขององค์พระเยซูคริสต์เถิด

2. พระโอวาทของพระองค์นั้นประเสริฐล้ำกว่าคำสอนของบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง แลชนผู้ใดมีพระวิญญาณของพระองค์ ย่อมประสบพบมานาอันเร้นลับในคำสอนนั้น(2) ทว่ายังมีชนเป็นอันมาก ที่แม้จะได้สดับตรับฟังข่าวประเสริฐอยู่เนืองๆ กลับมีความปรารถนาในสิ่งเหล่านั้นเพียงน้อยนิด เหตุเพราะเขาทั้งหลายหาได้มีพระทัยของพระคริสต์ไม่ เหตุฉะนี้ ผู้ใดประสงค์จะเข้าใจพระดำรัสของพระคริสต์ให้บริบูรณ์ด้วยปัญญาอันถ่องแท้ไซร้ ก็จงอุตสาหะดำเนินชีวิตทั้งสิ้นของตนให้คล้อยตามพระทัยของพระคริสต์นั้นเถิด

3. จะเป็นคุณประโยชน์อันใดแก่ท่านเล่า ในการที่จะยกเอาข้อล้ำลึกแห่งพระตรีเอกภาพขึ้นมาถกเถียง หากท่านยังขาดเสียซึ่งความถ่อมใจ แลเป็นเหตุให้ขัดเคืองพระทัยต่อพระตรีเอกภาพนั้น? ด้วยแท้จริงแล้ว วาจาอันลึกซึ้งหาได้กระทำให้มนุษย์บริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์แลชอบธรรมไม่ แต่ชีวิตอันดีงามต่างหากเล่า ที่กระทำให้มนุษย์เป็นที่โปรดปรานแด่พระเจ้า ข้าพเจ้าปรารถนาจะมีความสำนึกเสียใจในบาป ยิ่งกว่าการมีความชำนาญในการบัญญัติความหมายของสิ่งนั้น แม้ว่าท่านล่วงรู้พระคริสตธรรมคัมภีร์ตลอดทั้งเล่ม ตลอดจนพจนารถแห่งนักปราชญ์ทั้งสิ้น สิ่งเหล่านั้นจะเป็นคุณประโยชน์อันใดแก่ท่านเล่า หากปราศจากความรักแลพระหรรษทานของพระเจ้า? อนิจจังแห่งอนิจจัง สรรพสิ่งล้วนอนิจจัง เว้นเสียแต่การรักพระเจ้า แลปรนนิบัติพระองค์แต่เพียงผู้เดียว ปัญญาอันสูงสุดนั้น คือการละทิ้งโลกไว้เบื้องหลัง แลมุ่งหน้าสู่อาณาจักรแผ่นดินสวรรค์

4. จึงเป็นความอนิจจังแท้ ที่จะแสวงหาแลวางใจในทรัพย์ศฤงคารซึ่งจักต้องพินาศสูญไป แลเป็นความอนิจจังเช่นกัน ที่จะมักใหญ่ใฝ่สูงแลยกย่องตนเองขึ้น เป็นความอนิจจัง ที่จะประพฤติตามตัณหาแห่งเนื้อหนังแลยอมให้มันชักจูงไป ด้วยว่าในบั้นปลายสิ่งนี้จักนำพามาซึ่งความทุกขเวทนา เป็นความอนิจจัง ที่จะปรารถนาอายุขัยอันยืนยาว ทว่าหาได้ใส่ใจที่จะมีชีวิตอันดีงามไม่ เป็นความอนิจจัง ที่จะพะวงถึงแต่ชีวิตในกาลปัจจุบัน โดยมิได้มองการณ์ไกลไปถึงสิ่งอันจะบังเกิดขึ้นในภายภาคหน้า เป็นความอนิจจัง ที่จะหลงรักสิ่งซึ่งล่วงลับดับไปอย่างฉับพลัน แลมิยอมเร่งรุดไปยังสถานที่ซึ่งมีความชื่นชมยินดีสถิตอยู่ชั่วนิรันดร์

5. จงหมั่นรำลึกถึงภาษิตนี้อยู่เนืองนิตย์(3) ที่ว่า นัยน์ตาก็หาอิ่มด้วยการเห็นไม่ แลหูก็หาเต็มด้วยการฟังไม่ เหตุฉะนี้ จงอุตสาหะหันเหจิตใจของท่านเสียจากความรักในสิ่งซึ่งตามองเห็น แลตั้งมั่นอยู่กับสิ่งซึ่งตามองไม่เห็นเถิด ด้วยว่าชนทั้งหลายผู้ประพฤติตามราคะตัณหาแห่งเนื้อหนังของตน ย่อมกระทำให้มโนธรรมมีมลทินแปดเปื้อน แลทำลายพระหรรษทานของพระเจ้าเสียสิ้น

(1) ยอห์น 8:12 (2) วิวรณ์ 2:17 (3) ปัญญาจารย์ 1:8

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต

1. ข้าพเจ้าได้ปรารถนาที่จะดำเนินชีวิตเลียนแบบพระคริสต์อย่างแท้จริงหรือไม่?

2. ความรู้แลความรุ่งเรืองที่ข้าพเจ้าแสวงหาในทุกเมื่อเชื่อวันนั้น นำข้าพเจ้าเข้าใกล้พระเจ้า หรือดึงข้าพเจ้าให้ออกห่างจากพระองค์?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 1

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงโปรดประทานแสงสว่างแห่งพระวิญญาณ ลงมาชำระดวงตาแลดวงใจของข้าพระองค์ให้พ้นจากความมืดบอด ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์ละทิ้งความหลงใหลในสิ่งอนิจจังของโลกนี้ แลหันมาใส่ใจที่จะดำเนินชีวิตอันดีงามจำเพาะพระพักตร์พระองค์ ยิ่งกว่าการแสวงหาความรู้หรือเกียรติยศจอมปลอม ขอพระองค์ทรงนำทางให้ข้าพระองค์ก้าวเดินตามรอยพระบาทของพระเยซูคริสต์ ในทุกความคิด วาจา แลกิจการ

ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ทั้งนี้ เพื่อให้ตัวลูกจำลองแบบอย่างขององค์พระคริสต์ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 1 โอวาทอันให้ประโยชน์ ต่อชีวิตภายใน

บทที่ 1 ว่าด้วยการเลียนแบบองค์พระคริสต์ แลความชิงชังต่อความอนิจจังทั้งปวงแห่งโลกนั้น