เมื่อใดก็ตามที่มนุษย์ปรารถนาสิ่งใดเกินกว่าความพอดี เมื่อนั้นเขาย่อมตกอยู่ในความกระวนกระวายใจในทันที ชนผู้จองหองแลโลภโมโทสันย่อมหาความสงบสุขมิได้เลย ในขณะที่ชนผู้ยากไร้แลมีใจถ่อม ย่อมพำนักอยู่ในความสงบสุขอันไพศาล บุคคลผู้ซึ่งยังมิได้ละทิ้งตัวตนอย่างสิ้นเชิง ย่อมถูกล่อลวงได้โดยง่าย แลพ่ายแพ้แม้ในเรื่องเล็กน้อยแลไร้สาระ เป็นความยากลำบากยิ่งนัก สำหรับผู้ที่อ่อนแอในวิญญาณจิต แลยังคงฝักใฝ่ในเนื้อหนังแลโอนเอียงไปตามความสุขทางโลก ที่จะถอนตนออกมาจากความปรารถนาฝ่ายโลกโดยสิ้นเชิง เหตุฉะนี้ เมื่อเขาพยายามถอนตนออกมาจากสิ่งเหล่านี้ เขาจึงมักเกิดความโศกเศร้า แลมีโทสะได้โดยง่ายหากมีผู้ใดขัดขวางเจตจำนงของตน
2. ทว่าในทางกลับกัน แม้เขาจะยอมจำนนต่อความโอนเอียงของตนแล้วไซร้ เขาก็จักต้องถูกทับถมด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่กล่าวโทษตนเองในทันที ด้วยเหตุที่เขาได้ประพฤติตามตัณหาของตน แต่กลับหาได้บรรลุถึงความสงบสุขอันเขาได้มุ่งหวังไว้แต่ประการใดไม่ ด้วยว่าความสงบสุขอันแท้จริงแห่งดวงใจนั้น จักพบได้ก็แต่ในการต่อต้านราคะตัณหา หาใช่การยอมจำนนต่อสิ่งนั้นไม่ เหตุฉะนี้ จึงหามีความสงบสุขใดในดวงใจของชนผู้ฝักใฝ่ในเนื้อหนังเลย หรือในผู้ที่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งอันอยู่นอกเหนือตนเอง ทว่าความสงบสุขนั้นจักมีอยู่ก็แต่เพียงในผู้ที่มีความร้อนรนต่อพระเจ้า แลดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณเท่านั้น
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ความกระวนกระวายใจอันบังเกิดขึ้นในดวงใจของข้าพเจ้าเวลานี้ เป็นผลมาจากความปรารถนาอันเกินพอดีในสิ่งฝ่ายโลกหรือไม่?
2. ข้าพเจ้ากำลังแสวงหาความสงบสุขด้วยการตามใจเนื้อหนัง หรือด้วยการต่อต้านราคะตัณหาเพื่อดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ?
บทภาวนาประจำบทที่ 6
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเป็นบ่อเกิดแห่งความสงบสุข ขอทรงโปรดประทานพละกำลังให้ข้าพระองค์สามารถเอาชนะราคะตัณหา แลความปรารถนาฝ่ายเนื้อหนังอันนำมาซึ่งความกระวนกระวายใจ ขอทรงสอนให้ข้าพระองค์ตระหนักว่า ความสุขที่แท้จริงหาได้เกิดจากการตามใจตนเองไม่ ขอทรงเมตตาให้ข้าพระองค์รู้จักตีกายของตนให้ตายจากความใคร่ทางโลก เพื่อพำนักอยู่ในความสงบแห่งพระวิญญาณ
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน