Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 1 โอวาทอันให้ประโยชน์ ต่อชีวิตภายใน
บทที่ 16 ว่าด้วยการอดทนต่อข้อบกพร่องของผู้อื่น

สรรพสิ่งใดที่มนุษย์มิอาจแก้ไขให้ดีขึ้นได้ ไม่ว่าในตนเองหรือในผู้อื่น เขาพึงแบกรับสิ่งเหล่านั้นไว้ด้วยความอดทนอดกลั้น จนกว่าพระเจ้าจักทรงกำหนดให้เป็นไปเป็นอื่น จงรำลึกเถิดว่า บางทีสิ่งนี้อาจเป็นการดีกว่าสำหรับการทดสอบแลความพากเพียรของท่าน ซึ่งหากปราศจากสิ่งเหล่านี้แล้ว คุณความดีของเราย่อมมีค่าเพียงน้อยนิด ถึงกระนั้น เมื่อท่านพานพบกับอุปสรรคกีดขวางเยี่ยงนี้ ท่านก็พึงกราบทูลวิงวอนต่อพระเจ้า เพื่อพระองค์จักทรงพระกรุณาเกื้อหนุนท่าน ให้ท่านสามารถแบกรับสิ่งเหล่านั้นไว้ด้วยความเต็มใจอันดีงาม

2. แม้ว่าผู้ใดที่ได้รับการตักเตือนสักครั้งหรือสองครั้งแล้ว กลับปฏิเสธที่จะสดับฟังไซร้ จงอย่าได้วิวาทะกับเขาเลย ทว่าจงมอบสรรพสิ่งไว้แด่พระเจ้า เพื่อพระประสงค์ของพระองค์จักสำเร็จลง แลพระเกียรติของพระองค์จักได้ปรากฏในหมู่ผู้รับใช้ของพระองค์ ด้วยว่าพระองค์ทรงทราบดีถึงวิธีที่จะเปลี่ยนความชั่วร้ายให้กลายเป็นความดีงาม จงอุตสาหะที่จะอดทนแบกรับข้อบกพร่องแลความอ่อนแอของผู้อื่นไม่ว่าจักเป็นสิ่งใด ด้วยว่าตัวท่านเองก็มีสิ่งอันมากหลายที่ผู้อื่นจำต้องอดทนแบกรับด้วยเช่นกัน หากท่านมิอาจดัดแปลงตัวท่านเองให้เป็นดั่งที่ท่านปรารถนาได้ ท่านจักสามารถดัดแปลงผู้อื่นให้เป็นไปตามความพอใจของท่านได้อย่างไรเล่า เราทั้งหลายพร้อมเสมอที่จะเห็นผู้อื่นถูกกระทำให้บริบูรณ์ ทว่าเรากลับหาได้แก้ไขข้อบกพร่องของเราเองไม่

3. เราปรารถนาจะให้ผู้อื่นถูกดัดสันดานอย่างเข้มงวด ทว่าเรากลับมิยอมให้ผู้ใดมาตักเตือนแก้ไขตัวเราเอง อิสรภาพของผู้อื่นย่อมกระทำให้เราขัดเคืองใจ ทว่าเรากลับมิพอใจเมื่อความปรารถนาของเราเองถูกปฏิเสธ เราปรารถนาให้มีการตรากฎเกณฑ์ขึ้นเพื่อบีบบังคับผู้อื่น ทว่าเรากลับมิยอมทนที่จะถูกบีบบังคับเสียเองเลย ด้วยเหตุฉะนี้ จึงปรากฏชัดแจ้งว่า ช่างหาได้ยากยิ่งนักที่เราจักชั่งตวงเพื่อนบ้านด้วยตราชั่งอันเดียวกับที่เราชั่งตัวเราเอง หากมนุษย์ทุกคนบริบูรณ์พร้อมสรรพแล้ว เราจะมีสิ่งใดให้ต้องยอมทนรับความทุกข์จากผู้อื่นเพื่อเห็นแก่พระเจ้าอีกล่ะ?

4. ทว่าบัดนี้ พระเจ้าได้ทรงกำหนดไว้เช่นนี้แล้ว เพื่อเราจักได้เรียนรู้ที่จะแบกรับภาระของกันแลกัน ด้วยว่าหามีผู้ใดที่ปราศจากข้อบกพร่อง หามีผู้ใดที่ปราศจากภาระ หามีผู้ใดที่เก่งกล้าสามารถด้วยตนเองแต่เพียงลำพัง แลหามีผู้ใดที่มีปัญญาเพียงพอด้วยตนเองไม่ ทว่าเป็นความจำเป็นสำหรับเรา ที่จักต้องอดทนต่อกันแลกัน เล้าโลมใจซึ่งกันแลกัน ช่วยเหลือ สั่งสอน แลตักเตือนซึ่งกันแลกัน มนุษย์แต่ละคนมีพละกำลังมากน้อยเพียงใด ย่อมถูกพิสูจน์ให้ประจักษ์ชัดที่สุดในวาระแห่งความทุกข์ยาก ด้วยว่าวาระเช่นนั้นหาได้กระทำให้มนุษย์อ่อนแอลงไม่ ทว่าเปิดเผยให้เห็นว่าแท้จริงแล้วเขามีอุปนิสัยใจคอเป็นเช่นไร

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต

1. ข้าพเจ้าพร้อมที่จะอดทนอดกลั้นต่อข้อบกพร่องของผู้อื่น หรือมักเพ่งเล็งจับผิดโดยละเลยที่จะแก้ไขจุดอ่อนแลข้อบกพร่องของตัวข้าพเจ้าเอง?

2. เมื่อต้องเผชิญกับความยากลำบากในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ข้าพเจ้าขุ่นเคืองใจ หรือถือเป็นวาระอันดีที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้ข้าพเจ้าได้ฝึกฝนความพากเพียรแลได้แบกรับภาระของกันแลกัน?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 16

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความอดกลั้นแลพระเมตตา ข้าพระองค์กราบทูลขอพระสิริคุณแห่งความอดทน เพื่อที่ข้าพระองค์จักสามารถแบกรับข้อบกพร่องแลความอ่อนแอของเพื่อนพี่น้องได้ด้วยความเต็มใจ ขอทรงเปิดดวงตาของข้าพระองค์ให้มองเห็นความบกพร่องของตนเองอย่างถ่องแท้ เพื่อมิให้ข้าพระองค์กลายเป็นผู้ที่จองหอง แลเรียกร้องความบริบูรณ์จากผู้อื่นในขณะที่ตนเองยังคงหลงผิด

ขอทรงสอนดวงใจของข้าพระองค์ให้รู้จักความรักอันปรานี ที่พร้อมจะเล้าโลมใจ ช่วยเหลือ แลตักเตือนเพื่อนพี่น้องด้วยความอ่อนโยน ขออย่าให้วาระแห่งความทุกข์ยากกระทำให้ข้าพระองค์ท้อถอย ทว่าขอให้สิ่งเหล่านั้นเป็นดั่งไฟที่หล่อหลอมพละกำลังแลอุปนิสัยของข้าพระองค์ให้มั่นคงในพระองค์

ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 1 โอวาทอันให้ประโยชน์ ต่อชีวิตภายใน

บทที่ 16 ว่าด้วยการอดทนต่อข้อบกพร่องของผู้อื่น