ชีวิตของคริสตชนพึงประดับประดาด้วยฤทธิ์กุศลทั้งมวล เพื่อที่เขาจักเป็นอย่างที่อยู่ภายใน ดุจเดียวกับที่ปรากฏแก่สายตามนุษย์ในภายนอก แลแท้จริงแล้ว ภายในนั้นสมควรจักประเสริฐยิ่งกว่าภายนอก ด้วยว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้หยั่งรู้ดวงใจของเรา พระองค์ผู้ซึ่งเราจำต้องเคารพยำเกรงด้วยสิ้นสุดดวงใจในทุกหนแห่งที่เราอยู่ แลดำเนินชีวิตอย่างบริสุทธิ์จำเพาะพระพักตร์พระองค์ ดุจเดียวกับเหล่าทูตสวรรค์ เราพึงรื้อฟื้นคำปฏิญาณของเราในทุกเมื่อเชื่อวัน แลจุดไฟแห่งความร้อนรนในดวงใจของเรา ประดุจว่าแต่ละวันนั้นคือวันแรกแห่งการกลับใจของเรา แลกล่าวว่า "ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงโปรดเกื้อหนุนข้าพระองค์ในปณิธานอันดีงาม แลในการปรนนิบัติรับใช้อันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ขอทรงประทานพระกรุณาให้ข้าพระองค์ได้เริ่มต้นอย่างดีงามในวันนี้ ด้วยว่าจวบจนบัดนี้ ข้าพระองค์ยังหาได้กระทำสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอันไม่!"
2. อัตราแห่งความก้าวหน้าของเราย่อมเป็นไปตามปณิธานของเรา แลความอุตสาหะพากเพียรอย่างยิ่งยวดนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่ปรารถนาจักมีความก้าวหน้าอันดีงาม ด้วยว่าหากผู้ที่ตั้งปณิธานอย่างกล้าหาญยังมักจะบกพร่องอยู่เนืองๆ แล้วผู้ที่ตั้งปณิธานเพียงน้อยนิดหรืออ่อนแอเล่า จักเป็นเช่นไร? ทว่ามีสาเหตุอันหลากหลายที่นำมาซึ่งการละทิ้งปณิธานของเรา ถึงกระนั้น การละเลยข้อวัตรปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์แม้เพียงเล็กน้อย ก็ย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียแก่เราอย่างหลีกเลี่ยงได้ยากยิ่ง ปณิธานของชนผู้ชอบธรรมนั้นพึ่งพิงในพระสิริคุณแห่งพระเจ้า ยิ่งกว่าในปัญญาของตนเอง ด้วยว่าเขาทั้งหลายย่อมวางใจในพระองค์เสมอ ไม่ว่าจะหยิบจับกิจการใด ด้วยว่ามนุษย์เป็นผู้กะเกณฑ์ ทว่าพระเจ้าเป็นผู้ทรงกำหนด แลวิถีทางของมนุษย์นั้นหาได้อยู่ในกำมือของเขาเองไม่(1)
3. แม้ว่าข้อวัตรปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์บางคราวจำต้องถูกละเว้นไป เพื่อเห็นแก่กิจศรัทธาบางประการ หรือเพื่อเห็นแก่ความเมตตาปรานีฉันพี่น้อง สิ่งนั้นก็ย่อมหยิบยกขึ้นมากระทำใหม่ในภายหลังได้โดยง่าย ทว่าหากสิ่งนั้นถูกละเลยไปด้วยความเบื่อหน่ายหรือความเกียจคร้านไซร้ ย่อมเป็นบาป แลความเลวร้ายนั้นจักปรากฏให้รู้สึกได้ แม้เราจักบากบั่นอย่างแข็งขันเพียงใด เราก็ยังคงบกพร่องในสิ่งอันมากหลาย บ่อยครั้งที่เราพึงตั้งปณิธานอันแน่ชัดบางประการ แลที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด เราจำต้องบากบั่นต่อสู้กับบาปทั้งหลายที่มักจะเข้ามารุมเร้าเราได้โดยง่ายที่สุด ทั้งชีวิตภายนอกแลภายในของเรา สมควรจักถูกพินิจพิเคราะห์แลควบคุมอย่างเข้มงวด ด้วยว่าทั้งสองสิ่งนี้ล้วนสัมพันธ์กับความก้าวหน้าของเรา
4. แม้ว่าท่านมิอาจพินิจพิเคราะห์ตนเองอยู่เป็นนิจได้ ท่านก็อาจกระทำได้ในบางวาระ แลอย่างน้อยวันละสองครา คือในยามเช้าแลยามเย็น ในยามเช้าจงตั้งปณิธานของท่าน แลในยามเย็นจงไต่สวนวิถีชีวิตของท่าน ว่าในวันนี้ท่านได้ดำเนินไปเช่นไร ทั้งในวาจา กิจการ แลความคิด ด้วยว่าในวิถีทางเหล่านี้ บางคราวท่านอาจเผลอกระทำให้พระเจ้าแลเพื่อนบ้านต้องขัดเคืองใจ จงคาดเอวของท่านเยี่ยงชายชาตรี เพื่อต่อต้านการจู่โจมของมารร้าย จงบังเหียนความอยากของท่านไว้ แลในไม่ช้าท่านจักสามารถควบคุมทุกความโอนเอียงแห่งเนื้อหนังได้ จงอย่าปล่อยให้ตัวท่านว่างเว้นจากการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จงอ่านหนังสือ จงขีดเขียน จงอธิษฐานภาวนา จงรำพึง หรือจงกระทำสิ่งใดอันเป็นคุณประโยชน์แก่หมู่คณะ ทว่าข้อวัตรปฏิบัติทางกายนั้น จำต้องกระทำด้วยความสุขุมรอบคอบ แลหาใช่ว่าทุกคนจักต้องกระทำเหมือนกันหมดไม่
5. กิจวัตรอันหาใช่สิ่งสามัญสำหรับคนทั้งปวงไม่ ก็หาควรนำมากระทำอย่างเปิดเผยไม่ ทว่าปลอดภัยที่สุดเมื่อกระทำในที่ลับ ทว่าจงระแวดระวังมิให้ท่านประมาทเลินเล่อในกิจวัตรสามัญ แล้วกลับไปเคร่งครัดในที่ลับ ทว่าจงปฏิบัติกิจวัตรแลคำสั่งที่ท่านได้รับมอบหมายด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเถิด จากนั้น หากท่านยังมีเวลาว่าง ก็จงมอบตัวท่านให้แก่ตัวท่านเอง ตามแต่ความศรัทธาของท่านจักชักนำไป ชนทั้งปวงหาอาจมีข้อวัตรปฏิบัติเพียงหนึ่งเดียวไม่ ทว่าอย่างหนึ่งย่อมเหมาะสมกับคนผู้นี้ แลอีกอย่างหนึ่งย่อมเหมาะสมกับคนผู้นั้น แม้แต่ในความหลากหลายของฤดูกาล ก็ยังต้องการข้อวัตรปฏิบัติที่แตกต่างกันไป บางอย่างเหมาะสมกับวันฉลอง บางอย่างเหมาะสมกับวันจำศีลอดอาหาร เราจำต้องมีข้อวัตรประการหนึ่งในยามแห่งการผจญล่อลวง แลมีอีกประการหนึ่งในยามแห่งความสงบสุขแลเงียบสงัด บางอย่างเหมาะสมกับยามที่เราโศกเศร้า แลบางอย่างเหมาะสมกับยามที่เราชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้า
6. เมื่อเราย่างกรายเข้าใกล้วาระแห่งวันฉลองอันยิ่งใหญ่ ข้อวัตรปฏิบัติอันดีงามสมควรได้รับการรื้อฟื้นขึ้นใหม่ แลคำภาวนาของบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์สมควรได้รับการวิงวอนขออย่างร้อนรนยิ่งขึ้น เราพึงตั้งปณิธานของเราจากวันฉลองหนึ่งไปสู่อีกวันฉลองหนึ่ง ประดุจว่าแต่ละครานั้นคือวาระแห่งการจากลาโลกนี้ไป แลการก้าวเข้าสู่งานฉลองอันเป็นนิรันดร์ เหตุฉะนี้ เราจึงควรตระเตรียมตัวอย่างแข็งขันในวาระอันศักดิ์สิทธิ์ แลดำเนินชีวิตอย่างสำรวมยิ่งขึ้น แลเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดที่สุดในแต่ละข้อปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์ ประหนึ่งว่าในไม่ช้าเราจักได้รับบำเหน็จรางวัลแห่งการตรากตรำของเราจากพระหัตถ์ของพระเจ้า
7. แลแม้ว่าสิ่งนี้ถูกเนิ่นนานออกไป ก็จงให้เราเชื่อเถิดว่า เรานั้นยังคงตระเตรียมตัวมาไม่ดีพอ แลยังหาสมควรแก่พระสิริรุ่งโรจน์ซึ่งจักปรากฏแก่เราในวาระที่ถูกกำหนดไว้ไม่ แลจงให้เราอุตสาหะที่จะตระเตรียมตัวให้ดียิ่งขึ้นสำหรับวาระสุดท้ายของเรา เป็นบุญของทาสผู้นั้น ดังที่ผู้นิพนธ์พระวรสารลูกาได้กล่าวไว้ คือผู้ที่เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมา จักพบว่าเขากำลังเฝ้าระวังอยู่ เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า พระองค์จักทรงตั้งเขาให้ดูแลทรัพย์สิ่งของทั้งปวงของพระองค์(2)
(1) เยเรมีย์ 10:23 (2) ลูกา 12:43, 44
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ในทุกเช้าแลค่ำ ข้าพเจ้าได้ตั้งปณิธานแลพินิจพิเคราะห์มโนธรรมของตนเอง หรือปล่อยให้วันเวลาล่วงเลยไปโดยปราศจากการเฝ้าระวังวิญญาณจิตเลย?
2. ข้าพเจ้าดำเนินข้อวัตรปฏิบัติฝ่ายจิตด้วยความพึ่งพิงในพระสิริคุณของพระเจ้า หรือด้วยปัญญาแลความจองหองของตัวข้าพเจ้าเอง?
บทภาวนาประจำบทที่ 19
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ความดีงามอันบริบูรณ์ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงโปรดเมตตาชุบชูดวงใจของข้าพระองค์ให้มีปณิธานอันแน่วแน่ในทุกเมื่อเชื่อวัน ขออย่าให้ข้าพระองค์ย่อท้อหรือเกียจคร้านในการรักษากฎเกณฑ์แลข้อวัตรปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์ แต่ขอทรงประทานพละกำลังให้ข้าพระองค์หมั่นพินิจพิเคราะห์ตนเอง ทั้งในยามเช้าแลยามเย็น เพื่อชำระมโนธรรมให้บริสุทธิ์หมดจดอยู่เสมอ แลเจริญวัยในฤทธิ์กุศลทั้งปวง
ขอทรงสอนให้ข้าพระองค์ดำเนินชีวิตอย่างศรัทธาชนผู้ที่ตื่นเฝ้าระวัง พร้อมอยู่เสมอสำหรับการเสด็จมาของพระองค์ ขออย่าให้ข้าพระองค์วางใจในกำลังของตนเอง ทว่าวางใจในพระสิริคุณของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว ทั้งในการเจริญกิจศรัทธาแลในการต่อสู้กับการผจญล่อลวง
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน