แม้ท่านปรารถนาจักมีความก้าวหน้าประการใด จงรักษาตนให้อยู่ในความยำเกรงพระเจ้าเถิด แลจงอย่าปรารถนาที่จะมีอิสระเสรีจนเกินไป ทว่าจงควบคุมผัสสะทั้งปวงของท่านให้อยู่ภายใต้วินัย แลจงอย่าปล่อยตัวให้จมปลักอยู่ในความเริงรื่นอันไร้สาระ จงอุทิศตนให้แก่ความสำนึกเสียใจในบาปแห่งดวงใจ แลท่านจักพานพบความศรัทธา ความสำนึกเสียใจในบาปย่อมเปิดมรรคาไปสู่สิ่งอันดีงามมากหลาย ซึ่งความเหลวไหลย่อมกระทำให้สูญเสียไปอย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องน่าฉงนนัก ที่มนุษย์ผู้ใดจักสามารถชื่นชมยินดีอย่างสุดดวงใจในชีวิตนี้ได้ แม้เขาได้พินิจพิเคราะห์แลชั่งน้ำหนักถึงการที่ตนถูกเนรเทศให้มาสัญจรบนโลก ตลอดจนภยันตรายอันมากหลายที่รุมเร้าวิญญาณจิตของเขา
2. ด้วยเหตุแห่งความเบาปัญญาของหัวใจ แลการละเลยต่อข้อบกพร่องของเรา เราจึงหาได้รู้สึกถึงความโศกเศร้าแห่งวิญญาณจิตของเราไม่ ทว่าบ่อยครั้งกลับหัวร่ออย่างว่างเปล่า ในยามที่เรามีเหตุผลอันสมควรยิ่งที่จะต้องร่ำไห้ หามีอิสรภาพอันแท้จริง หรือความชื่นชมยินดีอันเที่ยงแท้ประการใดไม่ เว้นเสียแต่ในความยำเกรงพระเจ้าพร้อมด้วยมโนธรรมอันดีงาม เป็นบุญของเขา ผู้ซึ่งสามารถสลัดทิ้งทุกต้นเหตุแห่งความว้าวุ่น แลนำพาตนเองมุ่งสู่จุดหมายเดียวแห่งความสำนึกเสียใจในบาปอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นบุญของเขา ผู้ซึ่งขจัดสรรพสิ่งอันอาจทำให้มโนธรรมของตนต้องแปดเปื้อนหรือหนักอึ้งออกไปให้พ้นจากตน จงต่อสู้อย่างชายชาตรีเถิด นิสัยความเคยชินย่อมถูกเอาชนะได้ด้วยนิสัยความเคยชิน แม้ท่านรู้จักที่จะปล่อยปละละเว้นมิไปวุ่นวายกับผู้คน เขาทั้งหลายก็ย่อมยินดีที่จะปล่อยท่านไว้ตามลำพัง เพื่อให้ท่านได้กระทำกิจของท่านเอง
3. จงอย่าทำตัวให้วุ่นวายกับกิจธุระของผู้อื่น แลอย่าเอาตัวเข้าไปพัวพันกับกิจการของผู้ยิ่งใหญ่เลย จงตั้งสายตาจับจ้องอยู่ที่ตัวท่านเองเป็นประการแรกอยู่เสมอ แลจงมอบคำตักเตือนแก่ตัวท่านเองเป็นพิเศษยิ่งกว่ามิตรสหายอันเป็นที่รักยิ่งทั้งปวง แม้ท่านมิได้รับความโปรดปรานจากมนุษย์ ก็จงอย่าได้ท้อถอยเพราะเหตุนั้นเลย ทว่าจงให้ความพะวงของท่านอยู่ที่การที่ท่านมิได้ประพฤติตนอย่างดีงามแลรอบคอบระมัดระวัง สมดั่งที่ผู้รับใช้ของพระเจ้าแลศรัทธาชนผู้อุทิศตนพึงกระทำต่างหาก บ่อยครั้ง การที่มนุษย์มิได้รับความปลอบประโลมในชีวิตนี้มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับเนื้อหนัง ย่อมเป็นการดีแลปลอดภัยยิ่งกว่า ทว่าการที่เราขาดแคลนความปลอบประโลมจากสรวงสวรรค์ หรือสัมผัสสิ่งเหล่านั้นได้ยากยิ่งนัก ก็เป็นความผิดของเราเอง ด้วยเหตุที่เราหาได้แสวงหาความสำนึกเสียใจในบาปแห่งดวงใจไม่ ทั้งยังมิได้สลัดทิ้งความปลอบประโลมอันว่างเปล่าแลฝ่ายโลกอย่างสิ้นเชิง
4. จงรู้เถิดว่าตัวท่านนั้นหาได้คู่ควรแก่ความปลอบประโลมจากสรวงสวรรค์ไม่ ทว่าคู่ควรแก่ความทุกขเวทนาอันมากหลายต่างหาก เมื่อมนุษย์มีความสำนึกเสียใจในบาปอย่างบริบูรณ์ เมื่อนั้นโลกทั้งมวลย่อมกลายเป็นความหนักอึ้งแลขมขื่นสำหรับเขา ชนผู้ดีงามย่อมพานพบเหตุผลอันเพียงพอสำหรับการคร่ำครวญแลร่ำไห้ ด้วยว่าไม่ว่าเขาจักพินิจพิเคราะห์ตนเอง หรือใคร่ครวญถึงเพื่อนบ้าน เขาผู้นี้ย่อมรู้ดีว่า หามีมนุษย์ผู้ใดในที่แห่งนี้ดำเนินชีวิตอยู่โดยปราศจากความทุกขเวทนาไม่ แลยิ่งเขาพินิจพิเคราะห์ตนเองอย่างถ่องแท้เพียงใด เขาก็ยิ่งโศกเศร้าอย่างถ่องแท้เพียงนั้น รากฐานแห่งความโศกเศร้าอันชอบธรรมแลความสำนึกเสียใจในดวงใจนั้น สถิตอยู่ในบาปแลความชั่วร้ายของเรา ซึ่งเรานอนจมปลักพัวพันอยู่ จนแทบจะหาโอกาสเพ่งพินิจถึงสิ่งฝ่ายสวรรค์มิได้เลย
5. แม้ท่านรำลึกถึงความตายของท่านบ่อยครั้งกว่าความยืนยาวของชีวิตท่าน ท่านก็คงจักบากบั่นที่จะปรับปรุงตนเองอย่างร้อนรนยิ่งขึ้นเป็นแน่แท้ แลแม้ท่านได้ใคร่ครวญอย่างจริงจังถึงความทุกข์ทรมานแห่งนรกในกาลภายหน้า ข้าพเจ้าเชื่อว่าท่านย่อมเต็มใจที่จะทนรับการตรากตรำหรือความเจ็บปวด แลหาได้หวาดกลัวต่อระเบียบวินัยไม่ ทว่าด้วยเหตุที่สิ่งเหล่านี้หาได้หยั่งรากลึกลงในดวงใจไม่ แลเรายังคงหลงรักสิ่งอันให้ความเพลิดเพลิน เหตุฉะนี้ เราจึงยังคงเยือกเย็นแลเพิกเฉยอย่างน่าสมเพช
6. บ่อยครั้ง เป็นเพราะความยากไร้แห่งวิญญาณจิตต่างหาก ที่กระทำให้ร่างกายอันน่าเวทนานี้ถูกชักนำให้พร่ำบ่นได้โดยง่าย เหตุฉะนี้ จงกราบทูลวิงวอนต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความถ่อมใจ เพื่อพระองค์จักประทานวิญญาณแห่งความสำนึกเสียใจในบาปแก่ท่าน แลจงกล่าวด้วยถ้อยคำของประกาศกว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงเลี้ยงดูข้าพระองค์ด้วยอาหารแห่งน้ำตา แลประทานน้ำตาอันบริบูรณ์ให้ข้าพระองค์ดื่มเถิด(1)
(1) สดุดี 80:5
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ข้าพเจ้าดำเนินชีวิตอยู่ในความยำเกรงพระเจ้าแลเพียรแสวงหาความสำนึกเสียใจในบาป หรือยังคงหลงเริงรื่นไปกับความสุขฝ่ายโลกอันว่างเปล่าแลหลีกหนีวินัย?
2. เมื่อข้าพเจ้าพิจารณาถึงความอ่อนแอแลความตายที่จักมาเยือน ข้าพเจ้าได้บังเกิดความโศกเศร้าอันชอบธรรมที่จะชักนำให้ละทิ้งบาปและนิสัยอันชั่วร้าย เพื่อหันกลับมาบำเพ็ญกิจศรัทธาและฤทธิ์กุศลหรือไม่?
บทภาวนาประจำบทที่ 21
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ผู้ทรงพิพากษาอันทรงธรรมแลเปี่ยมด้วยพระเมตตา ข้าพระองค์กราบทูลขอพระสิริคุณแห่งความสำนึกเสียใจในบาปอันศักดิ์สิทธิ์ ขอทรงเปิดดวงตาแห่งวิญญาณจิตของข้าพระองค์ ให้มองเห็นความสลักสำคัญแลความเปราะบางของชีวิตในโลกนี้ เพื่อที่ข้าพระองค์จักมัวเมาอยู่กับความเริงรื่นอันไร้สาระน้อยลง แลบากบั่นชำระล้างมโนธรรมของตนให้ผุดผ่องจำเพาะพระพักตร์พระองค์มากยิ่งขึ้น
ขอทรงประทานน้ำตาแห่งการกลับใจ เพื่อชำระล้างความเยือกเย็นแลความเกียจคร้านออกไปจากดวงใจของข้าพระองค์ ขออย่าให้ข้าพระองค์หมกมุ่นวุ่นวายอยู่กับกิจการของผู้อื่น ทว่าขอให้ข้าพระองค์มุ่งเพ่งพินิจพิจารณาข้อบกพร่องของตนเองด้วยความยำเกรงพระองค์อยู่เสมอ
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน