Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 2 บทตักเตือน ว่าด้วยชีวิตภายใน
บทที่ 5 ว่าด้วยการพินิจพิเคราะห์ตนเอง

เราพึงมีความไว้วางใจในตนเองให้น้อยที่สุดเท่าที่จักกระทำได้ ด้วยว่าเรามักขาดแคลนพระหรรษทานแลสติปัญญาอยู่เนืองๆ มีแสงสว่างอยู่ภายในตัวเราเพียงน้อยนิด แลสิ่งที่เรามีอยู่นั้น เราก็มักสูญเสียมันไปอย่างรวดเร็วด้วยความประมาทเลินเล่อ บ่อยครั้งเราหาได้ตระหนักไม่ว่าความมืดบอดภายในของเรานั้นยิ่งใหญ่เพียงใด บ่อยครั้งเรากระทำสิ่งอันชั่วร้าย แลกลับกล่าวแก้ตัวในสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่า บางคราวเราถูกขับเคลื่อนด้วยราคะตัณหา ทว่ากลับนับว่าสิ่งนั้นคือความร้อนรน เราตำหนิติเตียนข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อยในผู้อื่น ทว่ากลับเพิกเฉยต่อข้อบกพร่องอันใหญ่หลวงในตัวเราเอง เรารู้สึกแลจดจำได้อย่างรวดเร็วยิ่งนักถึงสิ่งที่เราต้องแบกรับจากน้ำมือของผู้อื่น ทว่าเรากลับหาได้ไตร่ตรองไม่ว่าผู้อื่นต้องแบกรับสิ่งใดจากเรามากน้อยเพียงใด บุคคลผู้ซึ่งพินิจพิเคราะห์แลชั่งน้ำหนักกิจการของตนเองอย่างถี่ถ้วนแลเที่ยงธรรม ย่อมมิใช่ผู้ที่จะไปพิพากษาผู้อื่นอย่างรุนแรง

2. ศรัทธาชนผู้ฝักใฝ่ฝ่ายจิต ย่อมจัดวางความเอาใจใส่ต่อตนเองไว้เหนือความพะวักพะวงทั้งปวง แลผู้ที่เอาใจใส่ต่อตนเองอย่างอุตสาหะพากเพียร ย่อมสามารถสงบปากสงบคำในเรื่องของผู้อื่นได้โดยง่าย ท่านจักหามีวันเป็นผู้ลึกซึ้งฝ่ายจิตแลมีความยำเกรงพระเจ้าได้ไม่ เว้นเสียแต่ท่านจักนิ่งเงียบในกิจธุระของผู้อื่น แลหันมาตั้งยามระแวดระวังตัวท่านเองอย่างเต็มกำลัง แม้ท่านมุ่งความคิดทั้งสิ้นไปที่ตัวท่านเองแลที่พระเจ้า สิ่งที่ท่านพบเห็นภายนอกเคหสถานก็จักมิอาจสั่นคลอนดวงใจท่านได้มากนัก ท่านอยู่ ณ หนแห่งใดเล่า ในยามที่ท่านมิได้สถิตอยู่กับตัวท่านเอง? แลเมื่อท่านได้สัญจรไปวุ่นวายกับสรรพสิ่งแล้ว สิ่งนั้นจักบังเกิดคุณประโยชน์อันใดแก่ท่านเล่า ในเมื่อวิญญาณจิตของตัวท่านเองกลับถูกละเลย? แม้ท่านปรารถนาจักมีสันติสุขแลความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างแท้จริง ท่านจำต้องละทิ้งสิ่งอื่นทั้งปวงเสีย แลเพ่งพินิจเพียงตัวท่านเองเท่านั้น

3. เมื่อนั้น ท่านจักก้าวหน้ารุดหน้าไปอย่างยิ่งใหญ่ แม้ท่านรักษาตัวท่านให้เป็นอิสระจากความพะวักพะวงฝ่ายโลกทั้งมวล ท่านจักต้องร่วงหล่นลงมาอย่างน่าสลดใจ แม้ท่านให้คุณค่าแก่สิ่งอนิจจังฝ่ายโลกประการใด จงอย่าให้สิ่งใดยิ่งใหญ่ สิ่งใดสูงส่ง สิ่งใดเป็นที่เพลิดเพลินเจริญใจ สิ่งใดเป็นที่ยอมรับได้สำหรับท่าน นอกเสียจากองค์พระผู้เป็นเจ้า หรือสิ่งอันเป็นของพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว จงถือเสียว่าความเล้าโลมใจใดๆ ที่มาสู่ท่านจากสรรพสิ่งที่ถูกเนรมิตขึ้นนั้น ล้วนเป็นสิ่งว่างเปล่าทั้งสิ้น วิญญาณจิตที่รักพระเจ้า ย่อมมิชายตามองสิ่งใดที่อยู่ต่ำกว่าพระเจ้า พระเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้นทรงเป็นนิรันดร์แลเกินกว่าที่สติปัญญาจักหยั่งถึงได้ ทรงเติมเต็มสรรพสิ่ง ทรงเป็นความบรรเทาใจแห่งวิญญาณจิต แลเป็นความชื่นชมยินดีอันแท้จริงแห่งดวงใจ

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต

1. ข้าพเจ้ามักเพ่งเล็งแลตำหนิข้อบกพร่องของผู้อื่น โดยเพิกเฉยแลกล่าวแก้ตัวให้กับความบกพร่องอันใหญ่หลวงของตนเองหรือไม่?

2. ข้าพเจ้ากำลังแสวงหาความเล้าโลมใจจากสิ่งของหรือมนุษย์บนโลก ซึ่งท้ายที่สุดจะนำไปสู่ความว้าวุ่นใจ หรือข้าพเจ้าได้เพ่งพินิจมโนธรรมของตนเพื่อแสวงหาสันติสุขในพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 5

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ความสว่างแลสติปัญญาอันบริบูรณ์ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงโปรดเปิดดวงตาแห่งวิญญาณจิตของข้าพระองค์ให้พ้นจากความมืดบอด ขออย่าให้ข้าพระองค์จองหองอวดดีแลวางใจในพละกำลังของตนเอง ทว่าขอให้ตระหนักเสมอว่าข้าพระองค์นั้นอ่อนแอแลมักโอนเอียงไปสู่ความผิดบาป

ขอทรงโปรดประทานพระหรรษทานให้ข้าพระองค์รู้จักสงบปากสงบคำในกิจธุระของผู้อื่น แลหันมาพินิจพิเคราะห์ตนเองอย่างเคร่งครัด ขอทรงชำระดวงใจของข้าพระองค์ให้ชิงชังการแสวงหาความเล้าโลมใจจากสิ่งอนิจจัง แลปรารถนาเพียงความชื่นชมยินดีที่สถิตอยู่ในพระองค์เท่านั้น 

ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 2 บทตักเตือน ว่าด้วยชีวิตภายใน

บทที่ 5 ว่าด้วยการพินิจพิเคราะห์ตนเอง