พระเยซูทรงมีผู้รักอาณาจักรฝ่ายสวรรค์ของพระองค์อยู่เป็นอันมาก ทว่ามีผู้แบกกางเขนของพระองค์อยู่เพียงน้อยนิด พระองค์ทรงมีผู้แสวงหาความปลอบประโลมอยู่มากมาย ทว่ามีผู้แสวงหาความทุกข์ยากอยู่เพียงน้อยนิด พระองค์ทรงพานพบมิตรสหายร่วมโต๊ะเสวยของพระองค์อยู่มากมาย ทว่ามีผู้ร่วมอดอาหารของพระองค์อยู่เพียงน้อยนิด คนทั้งปวงปรารถนาจักชื่นชมยินดีกับพระองค์ ทว่ามีเพียงน้อยนิดที่เต็มใจจะทนรับสิ่งใดๆ เพื่อเห็นแก่พระองค์ ผู้คนมากมายติดตามพระเยซูเพื่อจักได้กินขนมปังของพระองค์ ทว่ามีเพียงน้อยนิดที่จะดื่มจากถ้วยแห่งพระมหาทรมานของพระองค์ ผู้คนมากมายตื่นตะลึงในปาฏิหาริย์ของพระองค์ ทว่ามีเพียงน้อยนิดที่ติดตามรอยบาทแห่งความอัปยศบนกางเขนของพระองค์ ผู้คนมากมายรักพระเยซูตราบเท่าที่ยังมิมีความทุกข์ยากใดบังเกิดขึ้นแก่พวกเขา ผู้คนมากมายสรรเสริญแลถวายพระพรพระองค์ ตราบเท่าที่พวกเขายังได้รับความปลอบประโลมจากพระองค์ ทว่าหากพระเยซูทรงซ่อนพระองค์แลห่างเหินไปจากพวกเขาชั่วขณะหนึ่ง พวกเขาย่อมตกไปสู่การบ่นพร่ำหรือมิเช่นนั้นก็ตกอยู่ในความหดหู่ใจอันใหญ่หลวง
2. ทว่าบรรดาผู้ที่รักพระเยซูเพื่อเห็นแก่พระเยซู มิใช่เพื่อความปลอบประโลมประการใดของตนเอง ย่อมถวายพระพรพระองค์ท่ามกลางความทุกข์ยากแลความรวดร้าวใจดุจเดียวกับการได้รับความปลอบประโลมอันสูงสุด แลหากพระองค์มิเคยประทานความปลอบประโลมให้แก่พวกเขาเลย พวกเขาก็ยังคงสรรเสริญพระองค์แลขอบพระคุณพระองค์อยู่เสมอ
3. โอ! ความรักอันบริสุทธิ์ต่อพระเยซูนั้นมีพลานุภาพเพียงใด ที่มิได้เจือปนด้วยผลประโยชน์หรือความรักในตนเอง! บรรดาผู้ที่มัวแต่แสวงหาความปลอบประโลมอยู่เป็นนิจนั้น สมควรถูกเรียกว่าเป็นผู้รับจ้างมิใช่หรือ? พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นมิใช่หรือว่าตนเองเป็นผู้รักตนเองมากกว่ารักพระคริสต์ ในยามที่พวกเขามุ่งแสวงหาแต่ผลประโยชน์แลข้อได้เปรียบของตนเอง? แล้วจะหาผู้ที่เต็มใจปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าโดยมิหวังผลตอบแทนประการใดได้จากที่ไหนเล่า?
4. ยากนักที่จะหาผู้ใดที่มีวิญญาณจิตสูงส่งถึงขนาดที่สละทิ้งความคิดเห็นแก่ตัวทั้งปวงได้ ด้วยว่าผู้ใดเล่าจักพานพบมนุษย์ที่ยากจนในวิญญาณจิตอย่างแท้จริงแลเป็นอิสระจากสรรพสิ่งที่ถูกเนรมิตสร้างขึ้น? “คุณค่าของเขานั้นมาจากที่ไกล แลกว้างไกลจากสุดปลายแผ่นดินโลก” มนุษย์อาจสละละทิ้งทรัพย์สินทั้งปวงของตนได้ ทว่านั่นก็มิใช่สิ่งใดเลย แลหากเขากระทำกิจการแห่งความสำนึกเสียใจในบาปมากมาย ทว่านั่นก็เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย แลแม้ว่าเขาจักล่วงรู้ในความรู้ทั้งปวง ทว่านั่นก็ยังห่างไกลนัก แลหากเขามีฤทธิ์กุศลอันยิ่งใหญ่แลกิจศรัทธาอันเร่าร้อน ทว่าเขาก็ยังขาดสิ่งสำคัญไปอีกมากมาย แท้จริงแล้ว คือสิ่งเดียวที่จำเป็นที่สุดสำหรับเขาเหนือสิ่งอื่นใด สิ่งนั้นคือสิ่งใดเล่า? คือการที่เขาได้สละทิ้งสรรพสิ่งอื่นทั้งปวงไปแล้ว เขาก็จักต้องสละทิ้งตนเองแลก้าวออกจากตนเองอย่างสิ้นเชิง แลมิเหลือความรักในตนเองไว้เลย แลเมื่อได้กระทำกิจทั้งปวงที่เขารู้ว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำแล้ว เขาก็จักรู้สึกว่าตนเองมิได้กระทำสิ่งใดเลย จงอย่าได้นับว่าสิ่งซึ่งอาจถูกยกย่องว่ายิ่งใหญ่นั้นเป็นสิ่งสำคัญเลย ทว่าจงประกาศว่าตนเองเป็นเพียงผู้รับใช้ที่ไร้ประโยชน์ดั่งที่สัจธรรมพระองค์เองได้ตรัสไว้ว่า เมื่อท่านได้กระทำทุกสิ่งตามที่ถูกสั่งใช้แล้ว จงกล่าวเถิดว่า เราเป็นผู้รับใช้ที่ไร้ประโยชน์(1) เมื่อนั้นแล เขาจึงจักยากจนแลเปลือยเปล่าในวิญญาณจิตอย่างแท้จริง แลสามารถกล่าวกับประกาศกได้ว่า สำหรับข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าเป็นผู้ยากจนแลขัดสน(2) ถึงกระนั้น หามีมนุษย์ผู้ใดที่มั่งคั่งไปกว่าเขา หามีมนุษย์ผู้ใดที่เข้มแข็งกว่าเขา หามีมนุษย์ผู้ใดที่เป็นอิสระมากกว่าเขาไม่ ด้วยว่าเขาล่วงรู้วิธีที่จะสละทิ้งตนเองแลสรรพสิ่ง ทั้งรู้วิธีที่จะถ่อมตนในสายตาของตนเอง
(1) ลูกา 17:10 (2) สดุดี 25:16
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ข้าพเจ้าแสวงหาพระเยซูเพียงเพื่อความปลอบประโลมแลผลประโยชน์ฝ่ายโลก หรือเต็มใจที่จะแบกไม้กางเขนแลยอมรับความทุกข์ยากเพื่อเห็นแก่ความรักของพระองค์?
2. ข้าพเจ้ามีความถ่อมใจถึงขนาดที่กระทำกิจการทั้งปวงเพื่อพระเจ้าแล้ว ยังรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้รับใช้ที่ไร้ประโยชน์ หรือยังแอบแฝงด้วยความปรารถนาในเกียรติยศแลความชื่นชมจากมนุษย์?
บทภาวนาประจำบทที่ 11
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์พระมหาทรมานผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักอันบริสุทธิ์ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงโปรดประทานดวงใจที่เข้มแข็งเพื่อข้าพระองค์จักได้เป็นผู้แบกกางเขนของพระองค์อย่างกล้าหาญ ขออย่าให้ข้าพระองค์เป็นดั่งผู้รับจ้างที่แสวงหาเพียงความปลอบประโลม ทว่าขอให้ความรักของข้าพระองค์ที่มีต่อพระองค์นั้น ปราศจากการมุ่งหวังผลประโยชน์หรือความเห็นแก่ตัว
ขอทรงชำระวิญญาณจิตของข้าพระองค์ให้ยากจนแลเปลือยเปล่าจากความรักในตนเอง เพื่อที่ข้าพระองค์จักได้ก้าวออกจากตนเองอย่างสิ้นเชิง แลตระหนักเสมอว่าตนเองเป็นเพียงผู้รับใช้ที่ไร้ประโยชน์ ขอทรงให้ข้าพระองค์เจริญในฤทธิ์กุศลด้วยความถ่อมใจ
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน