วาจานี้ดูจะเป็นคำกล่าวที่หนักหนาสำหรับคนทั้งหลายที่ว่า หากผู้ใดปรารถนาจะติดตามเรา จงปฏิเสธตนเอง จงแบกกางเขนของตนแลติดตามเรามา(1) ทว่าจะเป็นการยากยิ่งกว่าหากได้ยินประโยคสุดท้ายนั้นว่า จงไปให้พ้นจากเรา เจ้าผู้กระทำความชั่วร้าย ทั้งหลายลงไปในไฟอันเป็นนิรันดร์เถิด(2) ด้วยว่าบรรดาผู้ที่น้อมรับฟังพระวาจาแห่งกางเขนแลติดตามกางเขนนั้นด้วยความเต็มใจในบัดนี้ ย่อมมิต้องหวาดกลัวต่อการสดับฟังคำพิพากษาแห่งความพินาศนิรันดร์ในภายหน้า เครื่องหมายแห่งกางเขนนี้จักปรากฏในสรวงสวรรค์ในยามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาเพื่อพิพากษา เมื่อนั้นบรรดาผู้รับใช้แห่งกางเขนทั้งปวง ผู้ซึ่งในชีวิตได้หล่อหลอมตนเองให้สมกับองค์ผู้ถูกตรึงกางเขน จักเข้าใกล้พระคริสต์ผู้ทรงเป็นผู้พิพากษาด้วยความกล้าหาญอันยิ่งใหญ่
2. เหตุไฉนท่านจึงหวาดกลัวที่จะแบกรับกางเขนซึ่งนำทางไปสู่อาณาจักรเล่า?
ในกางเขนมีความรอดพ้น ในกางเขนมีชีวิต
ในกางเขนมีการพิทักษ์รักษาจากศัตรู
ในกางเขนมีความหวานชื่นจากสรวงสวรรค์
ในกางเขนมีความเข้มแข็งแห่งจิตใจ
ในกางเขนมีความชื่นชมยินดีแห่งวิญญาณจิต
ในกางเขนมีความสูงส่งแห่งฤทธิ์กุศล
ในกางเขนมีความบริบูรณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์
หามีความรอดพ้นแห่งวิญญาณจิต หามีความหวังแห่งชีวิตนิรันดร์สิ่งใด นอกเสียจากในกางเขนเท่านั้น เหตุฉะนี้ จงแบกกางเขนของท่านแลติดตามพระเยซูเถิด แลท่านจักก้าวเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์ พระองค์เสด็จนำหน้าท่านโดยทรงแบกกางเขนของพระองค์แลสิ้นพระชนม์เพื่อท่านบนกางเขน เพื่อท่านเองก็จะได้แบกกางเขนของท่าน แลรักที่จะถูกตรึงอยู่บนกางเขนนั้นด้วย ด้วยว่าหากท่านตายพร้อมกับพระองค์ ท่านก็จักมีชีวิตอยู่กับพระองค์ด้วย แลหากท่านเป็นผู้มีส่วนร่วมในความทุกข์ยากของพระองค์ ท่านก็จักเป็นผู้มีส่วนร่วมในพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์เช่นกัน
3. จงดูเถิด สรรพสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับกางเขน แลสรรพสิ่งล้วนวางอยู่ในการตายต่อตนเอง แลหามีมรรคาอื่นใดไปสู่ชีวิตแลสันติสุขภายในอันแท้จริงได้เลย นอกเสียจากมรรคาแห่งกางเขนศักดิ์สิทธิ์แลการข่มเนื้อหนังประจำวัน ท่านจักไป ณ ที่ใดก็ตาม ท่านจักเสาะแสวงหาสิ่งใดก็ตาม ท่านก็จักมิพบมรรคาใดที่สูงส่งกว่า หรือมรรคาใดที่ปลอดภัยกว่ามรรคาแห่งกางเขนศักดิ์สิทธิ์นี้ จงจัดเตรียมแลจัดระเบียบสรรพสิ่งตามเจตจำนงแลการตัดสินใจของท่านเถิด แลท่านก็จักพบสิ่งที่ต้องอดทนอยู่เสมอมิว่าโดยเต็มใจหรือมิเต็มใจก็ตาม แลด้วยเหตุนี้ท่านจักพบกางเขนของท่านอยู่เสมอ ด้วยว่าท่านจักต้องรู้สึกถึงความเจ็บปวดแห่งร่างกาย หรือความทุกข์ยากแห่งวิญญาณจิตภายในดวงจิตของท่าน
4. บางคราวท่านจักถูกพระเจ้าทอดทิ้ง บางคราวท่านจักถูกทดสอบโดยเพื่อนบ้านของท่าน แลที่หนักหนากว่านั้นคือ บ่อยครั้งท่านย่อมกลายเป็นภาระอันน่าเหนื่อยหน่ายต่อตัวท่านเอง แต่ถึงกระนั้น ท่านก็มิอาจได้รับการปลดปล่อยหรือบรรเทาด้วยโอสถหรือความปลอบประโลมประการใดได้ ทว่าจำต้องอดทนแบกรับตราบเท่าที่พระเจ้าทรงประสงค์ ด้วยว่าพระเจ้าทรงปรารถนาให้ท่านเรียนรู้ที่จะอดทนต่อความทุกข์ยากโดยปราศจากความปลอบประโลม แลน้อมตัวลงยอมจำนนต่อสิ่งนั้นอย่างสิ้นเชิง แลให้ความทุกข์ยากนั้นกระทำให้ท่านถ่อมตนลงมากยิ่งขึ้น หามีมนุษย์ผู้ใดล่วงรู้ถึงพระมหาทรมานของพระคริสต์ในดวงใจได้ดีเท่ากับผู้ที่เคยได้รับประสบการณ์ความทุกข์ยากเช่นเดียวกันนั้นในตนเอง กางเขนจึงสถิตอยู่พร้อมเสมอ แลเฝ้ารอคอยท่านอยู่ทุกหนแห่ง ท่านมิอาจหลบหนีจากกางเขนไปได้ไม่ว่าท่านจะรีบเร่งไป ณ ที่ใดก็ตาม ด้วยว่าท่านไป ณ ที่ใด ท่านก็แบกตัวท่านเองไปด้วยแลท่านจักพบตัวท่านเองอยู่เสมอ จงหันไปทางบน หันไปทางล่าง หันออกไปภายนอก หันเข้ามาภายใน ในบรรดาสิ่งเหล่านั้นท่านจักพบกางเขนทั้งสิ้น แลเป็นสิ่งจำเป็นที่ท่านต้องมีความพากเพียรในทุกหนแห่ง หากท่านปรารถนาจักมีสันติสุขภายในแลได้รับมงกุฎแห่งชีวิตนิรันดร์
5. หากท่านแบกกางเขนด้วยความเต็มใจ มันจักแบกท่านแลนำท่านไปสู่จุดหมายที่ท่านแสวงหา นั่นคือที่แห่งซึ่งการทนทุกข์จักสิ้นสุดลง แม้สิ่งนั้นจักมิใช่ในโลกนี้ก็ตาม หากท่านแบกมันโดยมิเต็มใจ ท่านย่อมสร้างภาระให้แก่ตนเองแลเพิ่มน้ำหนักแห่งภาระของท่านให้มากยิ่งขึ้น ทว่าท่านก็ยังจำต้องแบกมันอยู่ดี หากท่านสลัดกางเขนอันหนึ่งทิ้งไป เป็นที่แน่แท้ว่าท่านจักพบกางเขนอีกอันหนึ่งแลอาจจะเป็นอันที่หนักกว่าเดิม
6. ท่านคิดหรือว่าจักหลบหนีสิ่งที่หามนุษย์คนใดเคยหลีกเลี่ยงได้? ในบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ในโลกนี้ ผู้ใดเล่าที่ปราศจากกางเขนแลความทุกข์ยาก? ด้วยว่าแม้แต่พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ก็หาได้มีแม้ชั่วโมงเดียวที่ปราศจากความรวดร้าวแห่งพระมหาทรมานของพระองค์ตลอดเวลาที่พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ไม่ จำเป็นแล้ว พระองค์ตรัสว่า ที่พระคริสต์จะต้องทนทุกข์แลกลับคืนพระชนม์จากความตาย แลเข้าสู่พระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์(3) แลเหตุไฉนท่านจึงแสวงหามรรคาอื่นนอกเหนือไปจากมรรคาหลวงนี้ ซึ่งเป็นมรรคาแห่งกางเขนศักดิ์สิทธิ์เล่า?
7. ชีวิตทั้งสิ้นของพระคริสต์คือกางเขนแลการพลีชีพ แล้วท่านยังแสวงหาการพักผ่อนแลความชื่นชมยินดีสำหรับตนเองอีกหรือ? ท่านเข้าใจผิด ท่านเข้าใจผิดแล้ว หากท่านแสวงหาสิ่งอื่นนอกเหนือไปจากการทนรับความทุกข์ยาก ด้วยว่าชีวิตอันต้องตายนี้เต็มไปด้วยความทุกข์เข็ญ แลรายล้อมไปด้วยกางเขนทั้งสิ้น แลยิ่งมนุษย์ก้าวหน้าในวิญญาณจิตสูงเพียงใด เขาก็มักพบกางเขนที่หนักอึ้งเพียงนั้น ด้วยว่าความโศกเศร้าแห่งการเนรเทศของเขาย่อมเพิ่มทวีขึ้นตามความเข้มแข็งแห่งความรักของเขา
8. ถึงกระนั้น มนุษย์ผู้ซึ่งถูกบีบคั้นด้วยประการต่างๆ เช่นนี้ ก็มิได้ปราศจากความสดชื่นแห่งความปลอบประโลม ด้วยว่าเขารู้สึกได้ถึงผลอันบริบูรณ์ที่กำลังเติบโตอยู่ภายในตนเองจากการแบกกางเขนของเขา ด้วยว่าในขณะที่เขาน้อมรับกางเขนนั้นด้วยความเต็มใจ ภาระแห่งความทุกข์ยากทุกประการย่อมแปรเปลี่ยนไปสู่ความมั่นใจในความปลอบประโลมจากพระเจ้า แลยิ่งเนื้อหนังถูกบั่นทอนลงด้วยความทุกข์ยากเพียงใด วิญญาณจิตก็ยิ่งได้รับความเข้มแข็งอย่างทรงพลังด้วยพระหรรษทานภายในมากเพียงนั้น แลบ่อยครั้งที่เขาได้รับความปลอบประโลมอย่างยิ่งใหญ่จากความปรารถนาในความทุกข์ยากแลเหตุการณ์เลวร้าย ผ่านทางความรักในการหล่อหลอมตนเองให้เข้ากับกางเขนของพระคริสต์ จนเขามิปรารถนาที่จะปราศจากความโศกเศร้าแลความทุกข์ยาก ด้วยว่าเขาเชื่อว่าเขาจักเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น ยิ่งเขาแบกภาระที่หนักอึ้งเพื่อเห็นแก่พระองค์ได้มากเพียงใด นี่มิใช่ฤทธิ์กุศลของมนุษย์ ทว่าคือพระหรรษทานของพระคริสต์ ซึ่งมีพลานุภาพแลพลังในเนื้อหนังอันอ่อนแอ จนสิ่งที่มนุษย์เกลียดชังแลหลบหนีโดยธรรมชาติ สิ่งนั้นเองที่เขากลับถวิลหาแลรักใคร่ด้วยความร้อนรนแห่งวิญญาณจิต
9. โดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์มิได้มีคุณสมบัติในการแบกกางเขน การรักกางเขน การควบคุมร่างกายแลการนำร่างกายเข้าสู่การเชื่อฟัง การหลบหนีจากเกียรติยศ การอดทนต่อคำสบประมาทอย่างสุภาพ การชิงชังตนเองแลปรารถนาที่จะถูกดูแคลน การอดทนต่อความทุกข์ยากแลความสูญเสียทั้งปวง แลการมิปรารถนาความรุ่งเรืองใดๆ ในโลกนี้ หากท่านเพ่งมองที่ตัวท่านเอง ท่านจักมิอาจกระทำสิ่งเหล่านี้ได้เลย ทว่าหากท่านวางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า ท่านจะได้รับความอดทนจากสรวงสวรรค์ แลโลกแลเนื้อหนังจักต้องสยบอยู่ภายใต้คำสั่งของท่าน แท้จริงแล้ว ท่านจักมิหวาดกลัวต่อศัตรูคือมารร้ายเลย หากท่านได้รับอาวุธด้วยความเชื่อแลได้รับการประทับตราด้วยกางเขนของพระคริสต์
10. เหตุฉะนี้ จงเตรียมตัวของท่านดั่งผู้รับใช้ที่ดีแลซื่อสัตย์ของพระคริสต์ เพื่อการแบกกางเขนแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านอย่างชายชาตรี ผู้ซึ่งด้วยความรักได้ถูกตรึงกางเขนเพื่อท่าน จงตระเตรียมตนเองสำหรับการแบกรับความทุกข์ยากอันมากมายแลความวุ่นวายอันหลากหลายในชีวิตอันน่าเวทนานี้ ด้วยว่าสิ่งนั้นจักเกิดขึ้นกับท่านไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใดแลในความเป็นจริงแล้ว ท่านจักพบเช่นนั้นไม่ว่าท่านจะซ่อนตัวอยู่ที่ใดก็ตาม นี่คือสิ่งที่ต้องเป็นไปแลหามีวิธีอื่นใดในการหลบหนีจากความทุกข์ยากแลความโศกเศร้า นอกเสียจากอดทนแบกรับสิ่งเหล่านั้นด้วยความพากเพียร จงดื่มถ้วยแห่งพระผู้เป็นเจ้าของท่านด้วยความรักหากท่านปรารถนาจะเป็นมิตรสหายของพระองค์แลได้รับส่วนแบ่งร่วมกับพระองค์ จงมอบความปลอบประโลมไว้กับพระเจ้า ให้พระองค์ทรงกระทำสิ่งที่พระองค์ทรงเห็นว่าดีที่สุดสำหรับสิ่งเหล่านั้น แต่ตัวท่านจงมุ่งมั่นที่จะทนรับความทุกข์ยาก แลถือว่าสิ่งเหล่านั้นคือความปลอบประโลมอันประเสริฐที่สุด ด้วยว่า ความทุกข์ยากในเวลาปัจจุบันนี้ มิอาจนำไปเปรียบเทียบกับพระสิริรุ่งโรจน์ที่จะสำแดงให้เราเห็นได้เลย(4) แลสิ่งนั้นก็ยังมิอาจเทียบกันได้ แม้ว่าท่านจะต้องอดทนต่อความทุกข์ยากเหล่านั้นทั้งปวงก็ตาม
11. เมื่อท่านมาถึงจุดนี้ที่ความทุกข์ยากเป็นสิ่งที่หวานชื่นแลเป็นที่น่าพอใจสำหรับท่านเพื่อเห็นแก่พระคริสต์ เมื่อนั้นจงถือว่าท่านอยู่ในสภาวะอันดีงาม ด้วยว่าท่านได้พบสรวงสวรรค์บนแผ่นดินโลกแล้ว ตราบใดที่ท่านยังรู้สึกว่าการทนทุกข์นั้นหนักหนาแลท่านยังปรารถนาที่จะหลบหนี ตราบนั้นท่านก็ยังมิอยู่ในสภาวะอันดีงาม แลความทุกข์ยากจักติดตามท่านไปทุกหนแห่ง
12. หากท่านมุ่งมั่นในสิ่งที่ท่านควรจะกระทำ นั่นคือการทนทุกข์แลการตายต่อตนเอง ชีวิตของท่านจักดำเนินไปได้ดีขึ้นในไม่ช้าแลท่านจักพบสันติสุข แม้ว่าท่านจะถูกยกขึ้นไปสู่สวรรค์ชั้นที่สามดั่งนักบุญเปาโล(5) ท่านก็ยังมิอาจปลอดภัยจากการทนทุกข์จากความชั่วร้ายได้ เราจะแสดงให้เขาเห็น พระเยซูตรัสว่า ว่าเขาจะต้องทนทุกข์มากมายเพียงใดเพื่อเห็นแก่นามของเรา(6) เหตุฉะนี้ จึงยังคงเหลือให้ท่านต้องทนทุกข์ หากท่านปรารถนาจะรักพระเยซูแลปรนนิบัติรับใช้พระองค์อย่างสม่ำเสมอ
13. โอ้ หากท่านจะเป็นผู้ที่คู่ควรที่จะทนทุกข์บ้างเพื่อเห็นแก่นามของพระเยซู สรรเสริญรุ่งโรจน์อันยิ่งใหญ่จักเฝ้ารอท่านอยู่เพียงใด การชื่นชมยินดีในหมู่บรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าจะเป็นเช่นไร เป็นตัวอย่างอันรุ่งโรจน์แก่เพื่อนบ้านของท่านเพียงใด! ด้วยว่าคนทั้งปวงต่างยกย่องความพากเพียร แม้จะมีเพียงน้อยนิดที่เต็มใจจะปฏิบัติก็ตาม ท่านสมควรอย่างยิ่งที่จะทนทุกข์บ้างเพื่อพระคริสต์ ในยามที่คนมากมายต้องทนทุกข์กับสิ่งที่หนักหนากว่าเพื่อโลก
14. จงรู้ไว้อย่างแน่แท้ว่าท่านสมควรที่จะดำเนินชีวิตเยี่ยงมนุษย์ผู้กำลังจะตาย แลยิ่งมนุษย์ตายต่อตนเองมากเพียงใด เขาก็ยิ่งเริ่มมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้ามากเพียงนั้น หามีผู้ใดที่เหมาะสมในการหยั่งรู้สิ่งฝ่ายสวรรค์ได้เลย เว้นเสียแต่เขาจะได้น้อมตัวลงยอมจำนนต่อการแบกรับความทุกข์ยากเพื่อพระคริสต์ หามีสิ่งใดเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า หามีสิ่งใดที่ส่งผลดีต่อสุขภาพวิญญาณของท่านในโลกนี้ได้มากไปกว่าการทนทุกข์ด้วยความเต็มใจเพื่อพระคริสต์ หากท่านมีสิทธิ์เลือก ท่านควรปรารถนาที่จะทนทุกข์กับความทุกข์ยากเพื่อพระคริสต์ มากกว่าที่จะได้รับความสดชื่นด้วยความปลอบประโลมอันมากมาย ด้วยว่าท่านจะคล้ายคลึงกับพระคริสต์แลหล่อหลอมตนเองให้เข้ากับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวงได้มากยิ่งขึ้น ด้วยว่าความคู่ควรแลความเจริญก้าวหน้าในพระหรรษทานของเรา มิได้สถิตอยู่ในความเพลิดเพลินแลความปลอบประโลมมากมาย ทว่าสถิตอยู่ในการแบกรับความทุกข์ยากแลความวุ่นวายมากมายต่างหากเล่า
15. หากแท้จริงแล้วมีสิ่งใดที่ดีกว่าแลเป็นคุณประโยชน์ต่อสุขภาพของมนุษย์ยิ่งกว่าการทนทุกข์ พระคริสต์ย่อมทรงสำแดงสิ่งนั้นด้วยพระวาจาแลแบบอย่างอย่างแน่นอน ด้วยว่าทั้งบรรดาศิษย์ผู้ติดตามพระองค์แลคนทั้งปวงที่ปรารถนาจะติดตามพระองค์ พระองค์ทรงตักเตือนอย่างชัดเจนให้แบกกางเขนของตนแลตรัสว่า หากผู้ใดปรารถนาจะติดตามเรา จงปฏิเสธตนเอง จงแบกกางเขนของตน แลติดตามเรามา(7) เหตุฉะนี้ บัดนี้ในยามที่เราได้อ่านแลศึกษาสรรพสิ่งอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว จงมาฟังบทสรุปของเรื่องทั้งปวงกันเถิด เราจำเป็นต้องผ่านความทุกข์ยากมากมายเพื่อเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า(8)
(1) มัทธิว 16:24 (2) มัทธิว 25:41 (3) ลูกา 24:46 (4) โรม 8:18 (5) 2 โครินธ์ 12:2 (6) กิจการ 9:16 (7) ลูกา 9:23 (8) กิจการ 14:22
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ข้าพเจ้าปรารถนาจะติดตามพระคริสต์เพียงเพื่อความสุขสบาย หรือน้อมรับความทุกข์ยากดุจการแบกกางเขนที่พระองค์ทรงประทานให้ เพื่อความรอดพ้นแลชีวิตนิรันดร์?
2. ข้าพเจ้าพยายามหลบหนีจากกางเขนที่ตนเองพบเจออยู่เป็นนิจ หรือตระหนักว่าในความทุกข์ยากนั้นมีความปลอบประโลมจากพระเจ้าซ่อนอยู่ และเป็นการหล่อหลอมข้าพเจ้าให้คล้ายคลึงกับพระคริสต์?
บทภาวนาประจำบทที่ 12
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์พระมหาทรมานผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงโปรดประทานพระหรรษทานให้ข้าพระองค์มีความพากเพียรในการแบกกางเขนที่ข้าพระองค์พบเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ขออย่าให้ข้าพระองค์หวาดกลัวต่อความทุกข์ยากหรือแสวงหาการหลบหนี แต่ขอให้ข้าพระองค์มองเห็นว่ากางเขนนั้นคือมรรคาแห่งสันติสุขแลชีวิตนิรันดร์
ขอทรงชำระวิญญาณจิตของข้าพระองค์ด้วยความร้อนรน ให้ข้าพระองค์รักความทุกข์ยากเพื่อเห็นแก่พระองค์ มากกว่าการได้รับความปลอบประโลมใดๆ บนโลกนี้ ขอทรงหล่อหลอมข้าพระองค์ให้มีหัวใจที่ตายต่อตนเอง แลมีชีวิตอยู่เพื่อพระองค์แต่เพียงผู้เดียว
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับอาณาจักรของพระเจ้าด้วยเทอญ อาแมน
![]()