ขอพระองค์ตรัสเถิด ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า เพราะผู้รับใช้ของพระองค์กำลังฟังอยู่(1) ข้าพระองค์เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ โอ ขอโปรดประทานความเข้าใจแก่ข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จักได้รู้จักพระโอวาทของพระองค์ ขอโน้มดวงใจของข้าพระองค์ไปสู่พระวาจาจากพระโอษฐ์ของพระองค์(2) ขอให้พระดำรัสของพระองค์หลั่งไหลลงมาประดุจน้ำค้าง ในกาลก่อนบุตรหลานแห่งอิสราเอลได้กล่าวแก่โมเสสว่า ขอท่านจงกล่าวแก่เราทั้งหลายเถิด แล้วเราจะฟัง ทว่าอย่าให้พระเจ้าตรัสแก่เราทั้งหลายเลย เกรงว่าเราจะตาย(3) โอ องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์มิได้อธิษฐานภาวนาเช่นนั้น มิใช่เช่นนั้นเลย ทว่าข้าพระองค์ขอน้อมใจดุจเดียวกับซามูเอลประกาศก ข้าพระองค์ขอวิงวอนต่อพระองค์ด้วยความถ่อมใจแลความจริงจังว่า ขอพระองค์ตรัสเถิด เพราะผู้รับใช้ของพระองค์กำลังฟังอยู่ อย่าให้โมเสสหรือประกาศกท่านใดมากล่าวแก่ข้าพระองค์เลย ทว่าขอพระองค์เองเถิดที่ทรงตรัส โอ องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงดลใจแลประทานความสว่างแก่ประกาศกทั้งปวง ด้วยว่าพระองค์เพียงผู้เดียวที่ปราศจากพวกเขา ก็สามารถเติมเต็มข้าพระองค์ด้วยความรู้ได้อย่างบริบูรณ์ ในขณะที่หากปราศจากพระองค์แล้ว พวกเขาก็มิอาจอำนวยคุณประโยชน์อันใดได้เลย
2. พวกเขาอาจเปล่งถ้อยคำออกมาได้จริง ทว่าพวกเขามิอาจประทานจิตวิญญาณให้ได้ พวกเขาอาจกล่าวด้วยความงดงามอย่างเหลือคณานับ ทว่าในยามที่พระองค์ทรงนิ่งเงียบ พวกเขาก็มิอาจจุดไฟในดวงใจได้ พวกเขาให้พระคัมภีร์แก่เรา ทว่าพระองค์ทรงทำให้เราเข้าใจความหมายของสิ่งนั้น พวกเขานำธรรมล้ำลึกมาสู่เรา ทว่าพระองค์ทรงเปิดเผยสิ่งที่สิ่งเหล่านั้นหมายถึง พวกเขาเปล่งพระบัญญัติ ทว่าพระองค์ทรงประทานความช่วยเหลือให้เราปฏิบัติได้ครบถ้วน พวกเขาชี้ทางให้เห็น ทว่าพระองค์ทรงประทานพละกำลังสำหรับการเดินทาง พวกเขากระทำเพียงภายนอก ทว่าพระองค์ทรงอบรมสั่งสอนแลประทานความสว่างแก่ดวงใจ พวกเขารดน้ำ ทว่าพระองค์ทรงประทานการเติบโต พวกเขาร้องเรียกด้วยถ้อยคำ ทว่าพระองค์ทรงประทานความเข้าใจแก่ผู้ฟัง
3. เหตุฉะนี้ อย่าให้โมเสสมากล่าวแก่ข้าพระองค์เลย ทว่าขอเป็นพระองค์ โอ องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของข้าพระองค์ องค์สัจธรรมนิรันดร์เถิด เกรงว่าข้าพระองค์จะตายแลมิบังเกิดผลอันใด ในเมื่อได้รับเพียงคำตักเตือนจากภายนอกแต่ไร้ความร้อนรนภายใน เกรงว่าพระวาจาที่ได้ยินแต่มิได้ปฏิบัติตาม ที่ได้รับรู้แต่มิได้รัก ที่เชื่อแต่มิได้เชื่อฟัง จักลุกขึ้นกล่าวโทษข้าพระองค์ในวันพิพากษา ขอพระองค์ตรัสเถิด เพราะผู้รับใช้ของพระองค์กำลังฟังอยู่ พระองค์ทรงมีพระวาจาแห่งชีวิตนิรันดร์(4) ขอตรัสแก่ข้าพระองค์เพื่อความปลอบประโลมแก่ดวงจิตของข้าพระองค์ เพื่อการแก้ไขชีวิตทั้งสิ้นของข้าพระองค์ แลเพื่อการสรรเสริญ พระสิริรุ่งโรจน์ แลพระเกียรติอันเป็นนิรันดร์แด่พระนามของพระองค์
(1) 1 ซามูเอล 3:9 (2) สดุดี 119:125 (3) อพยพ 20:19 (4) ยอห์น 6:68
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ข้าพเจ้ากำลังแสวงหาความรู้จากถ้อยคำภายนอก โดยละเลยที่จะแสวงหาการทรงนำของพระเจ้าภายในดวงใจหรือไม่?
2. ข้าพเจ้าได้น้อมใจฟังพระวาจาของพระองค์ด้วยความพร้อมที่จะปฏิบัติ หรือเพียงแค่รับฟังด้วยสติปัญญาแต่ดวงใจยังคงเย็นชาแลไร้ซึ่งความร้อนรน?
บทภาวนาประจำบทที่ 2
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์สัจธรรมนิรันดร์ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงโปรดตรัสแก่ดวงจิตของข้าพระองค์โดยตรง มิใช่ผ่านเพียงถ้อยคำของมนุษย์ ขอทรงประทานความสว่างแก่ดวงใจ เพื่อที่ข้าพระองค์จักมิเพียงรับรู้พระวาจาของพระองค์ด้วยหู ทว่าได้น้อมรับแลนำไปปฏิบัติด้วยความรัก
ขอทรงจุดไฟแห่งความร้อนรนให้ลุกโชนในดวงใจของข้าพระองค์ เพื่อมิให้พระวาจาของพระองค์กลายเป็นถ้อยคำที่ไร้ผล หรือกลายเป็นสิ่งที่กล่าวโทษข้าพระองค์ในวันพิพากษา ขอพระองค์ทรงเป็นผู้ชี้ทาง แลทรงเป็นพละกำลังสำหรับการเดินทางฝ่ายวิญญาณของข้าพระองค์
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน