สิ่งใดก็ตามที่ข้าพเจ้าสามารถปรารถนาหรือคิดถึงเพื่อความปลอบประโลมของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามิได้แสวงหาสิ่งนั้นในที่นี้ ทว่าในปรโลก ด้วยว่าหากข้าพเจ้าเพียงผู้เดียวมีความปลอบประโลมทั้งมวลแห่งโลกนี้ แลสามารถชื่นชมในความเพลิดเพลินทั้งปวงของมันได้ เป็นที่แน่แท้ว่าสิ่งเหล่านั้นย่อมมิอาจดำรงอยู่ได้เนิ่นนาน เหตุฉะนี้ โอ ดวงจิตของข้าพเจ้าเอ๋ย เจ้าจะได้รับการปลอบประโลมอย่างบริบูรณ์แลได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์แบบได้ ก็แต่ในพระเจ้า องค์ผู้ทรงปลอบประโลมคนยากจน แลองค์ผู้ทรงยกชูคนถ่อมใจขึ้นเท่านั้น จงรอคอยอีกสักหน่อยเถิด ดวงจิตของข้าพเจ้าเอ๋ย จงรอคอยพระสัญญาของพระเจ้า แลเจ้าจักได้รับความดีงามทั้งปวงอย่างอุดมสมบูรณ์ในสรวงสวรรค์ หากเจ้าโหยหาสิ่งที่อยู่ในกาลปัจจุบันอย่างเกินขอบเขต เจ้าจักสูญเสียสิ่งที่เป็นนิรันดร์แลเป็นของสรวงสวรรค์ไป จงให้สิ่งชั่วคราวเป็นเพียงสิ่งที่ใช้สอย ทว่าให้สิ่งนิรันดร์เป็นสิ่งที่เจ้าปรารถนา เจ้ามิอาจพึงพอใจกับความดีงามชั่วคราวใดๆ ได้เลย ด้วยว่าเจ้ามิได้ถูกเนรมิตสร้างมาเพื่อชื่นชมกับสิ่งเหล่านี้
2. แม้เจ้าจะมีสิ่งดีงามทั้งปวงที่เคยถูกเนรมิตสร้างมา ทว่าเจ้าก็มิอาจมีความสุขแลได้รับความบรมสุขได้ ความบรมสุขแลความชื่นชมยินดีทั้งสิ้นของเจ้า ล้วนสถิตอยู่ในพระเจ้าผู้ทรงเนรมิตสร้างสรรพสิ่ง มิใช่ความชื่นชมยินดีเยี่ยงที่ดูเหมือนจะดีงามสำหรับผู้โง่เขลาที่รักโลก ทว่าเยี่ยงที่ผู้รับใช้อันดีงามแลซื่อสัตย์ของพระคริสต์เฝ้ารอคอย แลเยี่ยงที่ผู้มีวิญญาณจิตแลบริสุทธิ์ในดวงใจได้ลิ้มรสในบางคราว ผู้ซึ่งวิถีชีวิตแลการสนทนาของพวกเขาอยู่ในสรวงสวรรค์(1) ความปลอบประโลมของมนุษย์ทั้งปวงล้วนว่างเปล่าแลแสนสั้น ความปลอบประโลมที่น่าบรมสุขแลเที่ยงแท้นั้นคือสิ่งที่สัมผัสได้ภายใน ซึ่งผุดพรายขึ้นมาจากความจริง มนุษย์ผู้ยำเกรงพระเจ้า ย่อมนำพาองค์ผู้ปลอบประโลมของตน คือพระเยซู ติดตัวไปในทุกหนแห่ง แลกล่าวแก่พระองค์ว่า: “ขอพระองค์สถิตอยู่กับข้าพระองค์ ข้าแต่พระเยซูเจ้า ในทุกเวลาแลทุกหนแห่ง ขอให้สิ่งนี้เป็นความปลอบประโลมของข้าพระองค์ ที่สามารถละทิ้งความปลอบประโลมของมนุษย์ทั้งปวงได้อย่างชื่นบาน แลหากความปลอบประโลมของพระองค์ขาดหายไปจากข้าพระองค์ ขอให้พระประสงค์แลความเห็นชอบอันชอบธรรมของพระองค์ สถิตอยู่กับข้าพระองค์เสมอเพื่อเป็นความปลอบประโลมสูงสุด ด้วยว่าพระองค์จักมิพร่ำตำหนิอยู่เสมอ แลพระองค์จักมิเก็บพระพิโรธไว้เป็นนิตย์นิรันดร์”(2)
(1) ฟีลิปปี 3:20 (2) สดุดี 103:9
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ข้าพเจ้ากำลังแสวงหาความบรรเทาใจจากสิ่งของฝ่ายโลกอันแสนสั้น หรือมุ่งหวังรอคอยความสุขนิรันดร์จากพระเจ้าเพียงผู้เดียว?
2. ข้าพเจ้าเต็มใจที่จะละทิ้งความสุขสบายทางโลกด้วยความชื่นบาน เพื่อให้พระคริสต์สถิตอยู่และเป็นความปลอบประโลมสูงสุดในดวงใจหรือไม่ แม้ในยามที่ต้องเผชิญกับความแห้งแล้งทางวิญญาณ?
บทภาวนาประจำบทที่ 16
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ผู้ทรงปลอบประโลมคนยากจนและฟื้นฟูคนถ่อมใจ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขออย่าให้ข้าพระองค์หลงใหลในความสุขชั่วคราวของโลกนี้ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งจอมปลอมและว่างเปล่า ทว่าขอทรงประทานพระหรรษทานให้ข้าพระองค์รู้จักใช้สิ่งของทางโลกเพียงเพื่อความจำเป็น และมุ่งปรารถนาแต่สิ่งของฝ่ายสวรรค์
ขอทรงเป็นความปลอบประโลมเดียวของข้าพระองค์ในทุกหนแห่ง และหากในยามใดที่ข้าพระองค์ต้องเผชิญกับความแห้งแล้งและปราศจากความบรรเทาใจใดๆ ขอให้การน้อมรับพระประสงค์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ เป็นที่ยึดเหนี่ยวและเป็นความปลอบประโลมสูงสุดของข้าพระองค์เสมอ
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน