Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน
บทที่ 18 ความทุกข์ยากชั่วคราวที่พึงแบกรับ ด้วยความพากเพียร ตามแบบอย่างของพระคริสต์

“บุตรของเราเอ๋ย! เราได้ลงมาจากสวรรค์เพื่อความรอดพ้นของเจ้า เราได้รับเอาความทุกข์ยากของเจ้ามาไว้กับเรา มิใช่ด้วยความจำใจ ทว่าถูกชักนำด้วยความรัก เพื่อเจ้าจักได้เรียนรู้ความพากเพียร แลจักได้แบกรับความทุกข์ยากชั่วคราวโดยปราศจากการพร่ำบ่น ด้วยว่านับแต่โมงยามแห่งการประสูติของเรา จวบจนความตายของเราบนกางเขน เรามิเคยหยุดที่จะแบกรับความโศกเศร้า เราขาดแคลนสิ่งของทางโลกเป็นอันมาก บ่อยครั้งเราได้ยินคำครหามากมายต่อตัวเรา เราแบกรับความขัดแย้งแลถ้อยคำอันแข็งกระด้างด้วยความอ่อนโยน เราได้รับความอกตัญญูเป็นการตอบแทนความดีงาม ได้รับคำผรุสวาทตอบแทนอัศจรรย์ของเรา ได้รับคำตำหนิตอบแทนคำสอนของเรา”

2. ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า เพราะพระองค์ทรงมีความพากเพียรในพระชนมชีพของพระองค์ โดยประการนี้เป็นการทำให้พระบัญชาของพระบิดาของพระองค์สำเร็จลุล่วงอย่างที่สุด จึงเป็นการดีที่ข้าพระองค์ ผู้เป็นคนบาปอันน่าเวทนา สมควรจะแบกรับตนเองด้วยความพากเพียรตามพระประสงค์ของพระองค์ แลตราบเท่าที่พระองค์ทรงปรารถนาให้เป็นเช่นนั้น ข้าพระองค์สมควรจะแบกรับภาระแห่งชีวิตที่เสื่อมสลายได้นี้ไว้กับตัวเพื่อความรอดพ้นของข้าพระองค์ ด้วยว่าแม้ชีวิตในปัจจุบันจะดูเป็นภาระหนักอึ้ง ทว่ามันก็เปี่ยมล้นไปด้วยบุญกุศลแล้วโดยทางพระหรรษทานของพระองค์ แลสำหรับผู้ที่อ่อนแอ สิ่งนี้ย่อมกลายเป็นเรื่องง่ายแลสว่างไสวขึ้นผ่านทางแบบอย่างของพระองค์แลรอยพระบาทของบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ อีกทั้งยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความปลอบประโลมยิ่งกว่าในอดีตกาล ภายใต้พันธสัญญาเดิม เมื่อครั้งที่ประตูสวรรค์ยังคงปิดตาย แลแม้มรรคาแห่งสวรรค์ก็ยังดูมืดมนยิ่งนัก เมื่อมีผู้คนเพียงน้อยนิดที่ใส่ใจจะแสวงหาอาณาจักรสวรรค์ ทว่าแม้แต่บรรดาผู้ที่ชอบธรรมแลอยู่ในมรรคาแห่งความรอดพ้นในเวลานั้น ก็ยังมิอาจเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ได้ ก่อนหน้าพระมหาทรมานแลค่าไถ่แห่งการสิ้นพระชนม์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์

3. โอ ข้าพระองค์มีพันธะต้องถวายการขอบพระคุณอันยิ่งใหญ่เพียงใดแด่พระองค์ ผู้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สำแดงมรรคาอันดีงามแลเที่ยงตรงสู่อาณาจักรนิรันดร์ของพระองค์ แก่ข้าพระองค์แลศรัทธาชนทั้งปวง เพราะมรรคาของพระองค์คือมรรคาของเรา แลโดยความพากเพียรอันศักดิ์สิทธิ์ เราจึงก้าวเดินไปหาพระองค์ผู้ทรงเป็นมงกุฎของเรา หากพระองค์มิได้เสด็จนำหน้าแลสั่งสอนเรา ผู้ใดเล่าจะใส่ใจติดตามไป? โอ พวกเขาคงจะถดถอยหลังไปไกลเพียงใด หากพวกเขาไม่ได้ประจักษ์ถึงแบบอย่างอันรุ่งโรจน์ของพระองค์! ดูเถิด เรายังคงเฉื่อยชา แม้เราจะได้ยินถึงเครื่องหมายแลพระดำรัสมากมายของพระองค์ แล้วเราจักกลายเป็นเช่นไรเล่า หากเราไม่มีความสว่างเช่นนี้เพื่อช่วยให้เราติดตามพระองค์?

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต

1. ข้าพเจ้าได้แบกรับความทุกข์ยากและคำตำหนิในชีวิตนี้ด้วยความพากเพียร ดุจเดียวกับที่พระคริสต์ทรงกระทำเพื่อข้าพเจ้าหรือไม่?

2. ข้าพเจ้าสำนึกขอบพระคุณสำหรับพระหรรษทานและแบบอย่างของพระองค์ ที่ทำให้มรรคาแห่งความรอดพ้นสว่างไสวขึ้นหรือไม่?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 18

ข้าแต่พระเยซูคริสตเจ้า องค์แบบอย่างแห่งความพากเพียรอันสมบูรณ์ ผู้ทรงถ่อมพระองค์ลงมารับเอาความทุกข์ยากของมนุษย์ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอบพระคุณสำหรับพระหรรษทานที่ทรงนำทางศรัทธาชนให้พานพบมรรคาแห่งชีวิตนิรันดร์

ขอทรงประทานความเข้มแข็งให้ข้าพระองค์สามารถแบกรับกางเขนและภาระในชีวิตประจำวัน โดยปราศจากการพร่ำบ่น ขอให้วิถีชีวิตของพระองค์เป็นความปลอบประโลม และเป็นความสว่างนำทางข้าพระองค์ในยามที่จิตใจอ่อนแอและเฉื่อยชา ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับมงกุฎแห่งชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน

บทที่ 18 ความทุกข์ยากชั่วคราวที่พึงแบกรับ ด้วยความพากเพียร ตามแบบอย่างของพระคริสต์