“บุตรของเราเอ๋ย บัดนี้เราจักสอนเจ้าถึงมรรคาแห่งสันติสุขแลเสรีภาพที่แท้จริง”
2. ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงกระทำตามที่พระองค์ตรัสเถิด ด้วยว่าสิ่งนี้เป็นที่น่าพอใจแก่ข้าพระองค์ที่จะได้รับฟัง
3. “บุตรของเราเอ๋ย จงบากบั่นที่จะกระทำตามเจตจำนงของผู้อื่นยิ่งกว่าของเจ้าเอง จงเลือกที่จะมีน้อยกว่ามีมากเสมอ จงแสวงหาที่อันต่ำต้อยที่สุดเสมอ แลยอมอยู่ใต้บังคับของคนทั้งปวง จงปรารถนาแลสวดภาวนาเสมอขอให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จบริบูรณ์ในตัวเจ้า ดูเถิด มนุษย์ผู้เป็นเช่นนี้ย่อมก้าวเข้าสู่มรดกแห่งสันติสุขแลความสงบเงียบ”
4. ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า พระดำรัสอันสั้นของพระองค์นี้ เปี่ยมไปด้วยความสมบูรณ์ในตัวมันเอง เป็นถ้อยคำที่สั้นทว่าเปี่ยมด้วยความหมาย แลอุดมด้วยดอกผล ด้วยว่าหากเป็นไปได้ที่ข้าพระองค์จะรักษามันไว้อย่างสมบูรณ์ ความว้าวุ่นใจย่อมมิอาจบังเกิดขึ้นภายในข้าพระองค์ได้ง่ายดายนัก เพราะทุกคราที่ข้าพระองค์รู้สึกกระวนกระวายแลหนักอึ้ง ข้าพระองค์มักพบว่าตนเองได้ถดถอยไปจากคำสอนนี้ ทว่าพระองค์ ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ แลทรงรักความก้าวหน้าในวิญญาณจิตเสมอ ขอทรงประทานพระหรรษทานให้มากยิ่งขึ้น เพื่อข้าพระองค์จักสามารถปฏิบัติตามคำตักเตือนของพระองค์ แลกระทำให้ความรอดพ้นของข้าพระองค์สำเร็จลุล่วง
บทภาวนาเพื่อต่อต้านความคิดชั่วร้าย
5. ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของข้าพระองค์ ขออย่าทรงอยู่ห่างไกลจากข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงเร่งรีบมาช่วยเหลือข้าพระองค์(1) เพราะความคิดมากมายแลความหวาดกลัวอันยิ่งใหญ่ได้ลุกขึ้นต่อต้านข้าพระองค์ กระทำให้วิญญาณจิตของข้าพระองค์ต้องทนทุกข์ ข้าพระองค์จะผ่านพ้นสิ่งเหล่านั้นไปโดยไร้บาดแผลได้อย่างไรเล่า? ข้าพระองค์จะฝ่าฟันสิ่งเหล่านั้นไปได้อย่างไรเล่า?
6. “เรา” พระองค์ตรัส “จักนำหน้าเจ้าไป แลจักกระทำให้ทางที่คดเคี้ยวราบเรียบ(2) เราจักเปิดประตูคุก แลเปิดเผยสถานที่อันเร้นลับแก่เจ้า”
7. ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงกระทำตามที่พระองค์ตรัสเถิด แลขอให้ความคิดชั่วร้ายทั้งปวงจงมลายหายไปต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ นี่คือความหวังแลความปลอบประโลมเดียวของข้าพระองค์ คือการโผบินไปหาพระองค์ในความทุกข์ยากทั้งปวง วางความหวังในพระองค์ ร้องเรียกหาพระองค์จากดวงใจของข้าพระองค์ แลอดทนรอคอยพระกรุณาธิคุณอันเปี่ยมด้วยความรักของพระองค์อย่างพากเพียร
บทภาวนาเพื่อขอความส่องสว่างแห่งจิตใจ
8. ขอทรงส่องสว่างแก่ข้าพระองค์ ข้าแต่พระเยซูผู้ทรงบุญ ด้วยความสุกใสแห่งแสงสว่างภายในของพระองค์ แลขอทรงขับไล่ความมืดมิดทั้งปวงออกไปจากที่พำนักแห่งดวงใจของข้าพระองค์ ขอทรงยับยั้งความคิดอันเร่ร่อนมากมายของข้าพระองค์ แลนำพาการผจญล่อลวงที่บากบั่นจะทำร้ายข้าพระองค์ให้ปลาสนาการไป ขอพระองค์ทรงต่อสู้เพื่อข้าพระองค์อย่างทรงพลานุภาพ แลขับไล่สัตว์ร้ายทั้งหลาย อันได้แก่ตัณหาที่เย้ายวน ออกไปเสีย เพื่อสันติสุขจักได้สถิตอยู่ภายในกำแพงของพระองค์ แลความอุดมสมบูรณ์แห่งการสรรเสริญจักอยู่ภายในพระราชวังของพระองค์(3) แม้ในมโนธรรมอันบริสุทธิ์ของข้าพระองค์ ขอทรงบัญชาสายลมแลพายุ จงตรัสแก่ทะเลว่า “จงสงบลงเถิด” จงตรัสแก่พายุว่า “จงนิ่งเสียเถิด” แล้วความสงบอันยิ่งใหญ่จักบังเกิดขึ้น
9. โอ ขอทรงเปล่งแสงสว่างแลความจริงของพระองค์(4) เพื่อสิ่งเหล่านั้นจักส่องสว่างลงมาบนแผ่นดินโลก เพราะข้าพระองค์เป็นเพียงดินที่ไร้รูปทรงแลว่างเปล่า จนกว่าพระองค์จะทรงประทานแสงสว่างแก่ข้าพระองค์ ขอทรงหลั่งพระหรรษทานของพระองค์จากเบื้องบน ขอทรงรดน้ำดวงใจของข้าพระองค์ด้วยน้ำค้างจากสวรรค์ ขอทรงประทานสายน้ำแห่งกิจศรัทธาเพื่อรดพื้นผิวแผ่นดิน แลกระทำให้มันบังเกิดผลอันดีงามแลสมบูรณ์ ขอทรงยกจิตใจของข้าพระองค์ซึ่งถูกกดทับด้วยน้ำหนักแห่งบาปขึ้น แลยกระดับความปรารถนาทั้งสิ้นของข้าพระองค์ไปสู่สิ่งที่เป็นของสรวงสวรรค์ เพื่อว่าเมื่อได้ลิ้มรสความหวานชื่นแห่งความสุขจากเบื้องบนแล้ว มันจักมิยินดีที่จะคิดถึงสิ่งที่เป็นของแผ่นดินโลกอีกเลย
10. ขอทรงดึงข้าพระองค์แลช่วยกอบกู้ข้าพระองค์ให้พ้นจากความบรรเทาใจอันไม่มั่นคงของสิ่งเนรมิตทั้งปวง เพราะหามีสรรพสิ่งใดที่ถูกเนรมิตสร้างขึ้นจักสามารถเติมเต็มความปรารถนาของข้าพระองค์แลประทานความปลอบประโลมแก่ข้าพระองค์ได้ ขอทรงผูกพันข้าพระองค์ไว้กับพระองค์ด้วยสายใยแห่งความรักอันมิอาจพรากจากกันได้ เพราะพระองค์เพียงผู้เดียวก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้ที่รักพระองค์ แลหากปราศจากพระองค์ สรรพสิ่งก็เป็นเพียงของเล่นอันว่างเปล่า
(1) สดุดี 71:12 (2) อิสยาห์ 45:2 (3) สดุดี 122:7 (4) สดุดี 43:3
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ข้าพเจ้ายินดีที่จะสละเจตจำนงของตนเอง และเลือกที่จะมีน้อยหรืออยู่ในที่ต่ำต้อย เพื่อรักษาสันติสุขภายในหรือไม่?
2. เมื่อถูกความคิดชั่วร้ายหรือความว้าวุ่นโจมตี ข้าพเจ้าพึ่งพากำลังของตนเอง หรือวิงวอนขอแสงสว่างจากพระเจ้าทันที?