“บุตรของเราเอ๋ย เราได้กล่าวไว้ว่า สันติสุขที่เราทิ้งไว้กับพวกเจ้า สันติสุขของเราที่เราให้แก่พวกเจ้า เรามิได้ให้แก่พวกเจ้าดังที่โลกให้(1) มนุษย์ทั้งปวงล้วนปรารถนาสันติสุข ทว่ามิใช่ทุกคนจะใส่ใจในสิ่งที่เป็นของสันติสุขที่แท้จริง สันติสุขของเราสถิตอยู่กับผู้ที่ถ่อมตนแลมีใจต่ำต้อย สันติสุขของเจ้าจักอยู่ในความพากเพียรอย่างยิ่ง หากเจ้าได้รับฟังเรา แลได้ติดตามเสียงของเรา เจ้าจักชื่นชมในสันติสุขอย่างอุดมสมบูรณ์”
2. เช่นนั้นข้าพระองค์สมควรกระทำสิ่งใดเล่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า?
3. “ในสรรพสิ่งจงระมัดระวังตัวเจ้าเองในสิ่งที่เจ้ากระทำ แลในสิ่งที่เจ้ากล่าว แลจงนำทางความมุ่งหมายทั้งสิ้นของเจ้าไปสู่สิ่งนี้ คือเพื่อให้เราผู้เดียวพอพระทัย แลมิปรารถนาหรือแสวงหาสิ่งใดที่อยู่นอกเหนือไปจากเรา แต่อย่างไรก็ตาม อย่าได้ด่วนตัดสินใดๆ เกี่ยวกับถ้อยคำหรือกิจการของผู้อื่น แลอย่าได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่มิได้ถูกมอบหมายแก่เจ้า แลอาจเป็นไปได้ว่าเจ้าจักถูกรบกวนเพียงเล็กน้อยหรือไม่บ่อยนัก ทว่าการที่จะไม่รู้สึกถึงความกระวนกระวายใดๆ เลย หรือการที่จะไม่ทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดใดๆ แห่งดวงใจหรือร่างกายนั้น มิใช่สิ่งที่เป็นของชีวิตในปัจจุบัน ทว่านั่นคือสภาวะแห่งการพักผ่อนนิรันดร์ เหตุฉะนี้ อย่าได้นับว่าเจ้าพานพบสันติสุขที่แท้จริงแล้ว เพียงเพราะเจ้ามิได้รู้สึกถึงความโศกเศร้า หรือคิดว่าสรรพสิ่งนั้นดีงามแล้วเมื่อเจ้าไร้ซึ่งศัตรู หรือคิดว่าสิ่งนี้สมบูรณ์แล้วหากสรรพสิ่งบังเกิดขึ้นตามความปรารถนาของเจ้า แลอย่าได้ประเมินตนเองว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ หรือคิดว่าเจ้าเป็นที่รักใคร่โปรดปรานเป็นพิเศษ หากเจ้าอยู่ในสภาวะที่มีความร้อนรนแลมีความหวานชื่นแห่งวิญญาณจิตอย่างยิ่ง ด้วยว่าฤทธิ์กุศลของผู้ที่รักอย่างแท้จริงนั้นมิอาจรู้ได้จากสิ่งเหล่านี้ แลประโยชน์แลความสมบูรณ์ของมนุษย์ก็มิได้สถิตอยู่ในสิ่งเหล่านั้นด้วย”
4. เช่นนั้นแล้วสถิตอยู่ในสิ่งใดเล่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า?
5. “อยู่ในการมอบถวายตัวเจ้าเองด้วยสุดดวงใจแด่พระประสงค์ของพระเจ้า ในการมิแสวงหาสิ่งที่เป็นของตนเอง ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่หรือเล็กน้อย ไม่ว่าจะชั่วคราวหรือนิรันดร์ เพื่อที่เจ้าจักยังคงมีสีหน้าที่มั่นคงเช่นเดิมในการถวายการขอบพระคุณ ระหว่างความรุ่งเรืองแลความทุกข์ยาก โดยชั่งน้ำหนักสรรพสิ่งในตาชั่งที่เท่าเทียมกัน หากเจ้าเข้มแข็งแลอดทนรอคอยในความหวัง จนถึงขั้นที่เมื่อความปลอบประโลมภายในถูกพรากไปจากเจ้า เจ้าก็ยังคงเตรียมดวงใจของเจ้าเพื่อความอดทนที่มากยิ่งขึ้น แลไม่แก้ตัวให้ตนเอง ประหนึ่งว่าเจ้าไม่สมควรจะต้องทนทุกข์กับสิ่งหนักอึ้งเหล่านี้ ทว่ายอมรับความชอบธรรมของเราในสรรพสิ่งที่เรากำหนด แลถวายพระพรแด่พระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา เมื่อนั้นเจ้าก็กำลังก้าวเดินอยู่ในมรรคาแห่งสันติสุขที่แท้จริงแลเที่ยงตรง แลจักมีความหวังอันแน่วแน่ว่าเจ้าจักได้เห็นพระพักตร์ของเราด้วยความชื่นชมยินดีอีกครา ด้วยว่าหากเจ้าบรรลุถึงการชิงชังตนเองอย่างสิ้นเชิงแล้ว จงรู้ไว้เถิดว่า เมื่อนั้นเจ้าจักชื่นชมในสันติสุขอย่างอุดมสมบูรณ์ มากเท่าที่จะเป็นไปได้ในสถานที่ที่เจ้าเป็นเพียงคนเดินทาง”
(1) ยอห์น 14:27
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ข้าพเจ้าเข้าใจผิดว่าสันติสุขคือการไม่มีปัญหาและความทุกข์ยาก หรือข้าพเจ้าเข้าใจว่าสันติสุขที่แท้จริงคือการยอมจำนนต่อพระประสงค์ของพระเจ้าในทุกสถานการณ์?
2. ข้าพเจ้าสามารถถวายการขอบพระคุณแด่พระเจ้าด้วยท่าทีที่สม่ำเสมอ ทั้งในยามรุ่งเรืองและในยามตกต่ำได้หรือไม่?
บทภาวนาประจำบทที่ 25
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ผู้ประทานสันติสุขที่แท้จริงซึ่งโลกมิอาจให้ได้ ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงประทานพระหรรษทานให้ข้าพระองค์ยอมสละเจตจำนงของตนเอง และน้อมรับพระประสงค์ของพระองค์ในทุกสรรพสิ่ง
ขอทรงช่วยข้าพระองค์อย่าได้หลงชื่นชมเพียงในยามที่ได้รับความปลอบประโลม ทว่าขอให้ข้าพระองค์มีดวงใจที่เข้มแข็งและพากเพียร แม้ในยามที่ต้องเผชิญกับความมืดมิดและความยากลำบาก เพื่อที่วิญญาณจิตของข้าพระองค์จะตั้งมั่นอยู่ในสันติสุขอันแท้จริง และได้มองเห็นพระพักตร์ของพระองค์ด้วยความเปรมปรีดิ์ในท้ายที่สุด
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน