Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน
บทที่ 27 ความรักในตนเองนั้นขัดขวางความดีงามสูงสุดอย่างยิ่ง

“บุตรของเราเอ๋ย เจ้าต้องมอบทุกสิ่งเพื่อแลกกับทุกสิ่ง แลมิหลงเหลือสิ่งใดไว้เป็นของตนเองเลย จงรู้ไว้เถิดว่าความรักในตนเองนั้นเป็นอันตรายต่อเจ้ายิ่งกว่าสรรพสิ่งใดในโลก สรรพสิ่งย่อมเกาะติดเจ้ามากหรือน้อยตามแต่ความรักแลความโน้มเอียงที่เจ้ามี หากความรักของเจ้าบริสุทธิ์ จริงใจ แลได้รับการจัดระเบียบอย่างดี เจ้าจักไม่ตกเป็นเชลยของสิ่งใดเลย อย่าได้โลภในสิ่งที่เจ้ามิอาจมีได้ อย่าได้มีในสิ่งที่สามารถขัดขวางเจ้า แลปล้นเอาเสรีภาพภายในของเจ้าไป ช่างน่าประหลาดนักที่เจ้ามิได้มอบตนเองให้แก่เราจากก้นบึ้งแห่งดวงใจของเจ้า พร้อมกับสรรพสิ่งที่เจ้าปรารถนาหรือครอบครองได้”

2. “เหตุไฉนเจ้าจึงถูกกลืนกินด้วยความโศกเศร้าอันว่างเปล่าเล่า? เหตุไฉนเจ้าจึงเหนื่อยหน่ายกับความพะวักพะวงที่เกินจำเป็น? จงยืนหยัดในความพอพระทัยของเราเถิด แลเจ้าจักไม่ทนรับความสูญเสียใดๆ หากเจ้าแสวงหาสิ่งนี้หรือสิ่งนั้น แลปรารถนาจะอยู่ที่นี่หรือที่นั่น ตามแต่ผลประโยชน์ของเจ้าเองหรือเพื่อเติมเต็มความพอใจของเจ้าเอง เจ้าจักมิมีวันสงบสุข หรือเป็นอิสระจากความพะวักพะวงได้เลย เพราะในทุกสิ่งย่อมมีบางสิ่งขาดหายไป แลในทุกหนแห่งย่อมมีบางคนที่ลุกขึ้นต่อต้านเจ้า”

3. “เหตุฉะนี้ มิใช่การได้มาหรือการเพิ่มพูนสิ่งนี้หรือสิ่งนั้นที่จักเป็นประโยชน์ต่อเจ้า ทว่าคือการชิงชังมัน แลตัดรากถอนโคนมันออกไปจากดวงใจของเจ้าเสีย ซึ่งเจ้าต้องมิเพียงเข้าใจว่าเป็นเรื่องของเงินทองแลความมั่งคั่ง ทว่ารวมถึงความปรารถนาในเกียรติยศแลคำสรรเสริญอันว่างเปล่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนปลาสนาการไปพร้อมกับโลก สถานที่ย่อมไร้ประโยชน์หากปราศจากวิญญาณจิตแห่งกิจศรัทธา แลสันติสุขที่มุ่งแสวงหาจากภายนอกย่อมมิอาจยืนหยัดอยู่ได้นาน หากสภาวะดวงใจของเจ้าปราศจากรากฐานที่แท้จริง กล่าวคือ หากมันมิได้พำนักอยู่ในเรา เจ้าอาจเปลี่ยนที่ได้ ทว่าเจ้ามิอาจทำให้ตนเองดีขึ้นได้ เพราะเมื่อโอกาสมาถึงแลเจ้าตอบรับ เจ้าจักพานพบสิ่งที่เจ้าพยายามหลบหนีมา แท้จริงแล้ว อาจจะมากกว่าเดิมเสียอีก”

บทภาวนาเพื่อชำระดวงใจแลขอปรีชาญาณจากสวรรค์

4. ขอทรงเสริมกำลังข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ด้วยพระหรรษทานแห่งพระจิตของพระองค์ ขอทรงประทานฤทธิ์กุศลเพื่อเสริมกำลังด้วยฤทธานุภาพในมนุษย์ภายใน แลเพื่อปลดปล่อยดวงใจของข้าพระองค์ให้เป็นอิสระจากความพะวักพะวงแลความว้าวุ่นอันไร้ผล แลเพื่อมิให้ข้าพระองค์ถูกชักจูงไปโดยความปรารถนาอันหลากหลายในสิ่งใดๆ ก็ตาม ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีค่าเพียงน้อยนิดหรือยิ่งใหญ่ ทว่าให้ข้าพระองค์มองว่าสรรพสิ่งล้วนกำลังผ่านพ้นไป แลตัวข้าพระองค์เองก็กำลังผ่านพ้นไปพร้อมกับมัน ด้วยว่าหามีผลกำไรใดภายใต้ดวงอาทิตย์ แลสรรพสิ่งล้วนเป็นความว่างเปล่าแลความว้าวุ่นแห่งวิญญาณจิต(1) โอ ผู้ที่พิจารณาเช่นนี้ย่อมมีปรีชาญาณเพียงใดหนอ!

5. ขอทรงประทานปรีชาญาณแห่งสรวงสวรรค์แก่ข้าพระองค์ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า เพื่อข้าพระองค์จักได้เรียนรู้ที่จะแสวงหาพระองค์เหนือสรรพสิ่ง แลเพื่อค้นพบพระองค์; เพื่อชื่นชมในพระองค์เหนือสรรพสิ่ง แลเพื่อรักพระองค์; แลเพื่อเข้าใจสิ่งอื่นทั้งปวงตามที่มันเป็น ตามระเบียบแห่งพระปรีชาญาณของพระองค์ ขอทรงประทานให้ข้าพระองค์หลีกเลี่ยงผู้ประจบสอพลออย่างรอบคอบ แลอดทนต่อผู้ที่ต่อต้านข้าพระองค์อย่างพากเพียร ด้วยว่านี่คือปรีชาญาณอันยิ่งใหญ่ คือการไม่ถูกพัดพาไปโดยสายลมแห่งถ้อยคำทุกประการ แลไม่เงี่ยหูฟังเสียงเย้ายวนอันชั่วร้ายที่ประจบสอพลอ เพราะด้วยวิธีนี้เราจึงจะก้าวเดินไปอย่างปลอดภัยในมรรคาที่เราได้เริ่มต้นไว้

(1) ปัญญาจารย์ 2:11

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต

1. ข้าพเจ้ายอมมอบทุกสิ่งแด่พระเจ้า หรือยังคงเก็บซ่อนความรักในตนเองและความปรารถนาทางโลกไว้ในดวงใจ?

2. ข้าพเจ้าแสวงหาปรีชาญาณจากสรวงสวรรค์ เพื่อที่จะประจักษ์ว่าสิ่งของในโลกนี้เป็นเพียงความว่างเปล่าหรือไม่?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 27

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ความดีงามสูงสุดและจุดหมายแห่งศรัทธาชน ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงถอนรากแห่งความรักในตนเองและความทะเยอทะยานในโลกนี้ออกไปจากดวงใจของข้าพระองค์

ขอทรงประทานปรีชาญาณแห่งสวรรค์และพระหรรษทาน เพื่อให้ข้าพระองค์สามารถชิงชังความมั่งคั่งและเกียรติยศจอมปลอม และมุ่งแสวงหาเพียงความพอพระทัยของพระองค์เป็นความปลอบประโลมเดียวในชีวิต

ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน

บทที่ 27 ความรักในตนเองนั้นขัดขวางความดีงามสูงสุดอย่างยิ่ง