Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน
บทที่ 30 การแสวงหาความช่วยเหลือจากสวรรค์ แลความวางใจที่จะได้รับพระหรรษทาน

“บุตรของเราเอ๋ย เราคือองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้เป็นป้อมปราการในวันแห่งความทุกข์ยาก(1) จงมาหาเราเถิด ในยามที่เจ้ามิได้สุขสบาย สิ่งนี้เองที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อความปลอบประโลมจากสวรรค์ คือการที่เจ้าหันเข้าหาการสวดภาวนาช้าเกินไป เพราะก่อนที่เจ้าจะแสวงหาเราอย่างจริงจัง เจ้ามักจะแสวงหาวิธีการบรรเทาใจประการอื่นก่อน แลฟื้นฟูตนเองด้วยสิ่งภายนอก ด้วยเหตุนี้เอง สรรพสิ่งจึงเป็นประโยชน์ต่อเจ้าเพียงน้อยนิด จนกว่าเจ้าจะเรียนรู้ว่าเรานี่เองที่เป็นผู้กอบกู้บรรดาผู้ที่วางใจในเรา แลนอกจากเราแล้ว หามีความช่วยเหลืออันเข้มแข็ง หรือคำแนะนำอันเป็นประโยชน์ หรือการเยียวยาอันยั่งยืนใดๆ ไม่ ทว่าบัดนี้ เมื่อรวบรวมความกล้าหาญขึ้นใหม่หลังจากพายุร้าย จงเจริญขึ้นอย่างเข้มแข็งในแสงสว่างแห่งพระเมตตาของเราเถิด เพราะเราอยู่ใกล้แล้ว องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส เพื่อเราจะได้ฟื้นฟูสรรพสิ่งมิใช่เพียงให้กลับเป็นดังเดิม ทว่าให้บริบูรณ์แลอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นไปอีก”

2. “ด้วยว่ามีสิ่งใดยากเกินไปสำหรับเราหรือ หรือเราจะเป็นดั่งผู้ที่พูดแล้วมิได้กระทำ? ความเชื่อของเจ้าอยู่ที่ใดเล่า? จงยืนหยัดให้มั่นคงแลด้วยความบากบั่นเถิด จงมีความพากเพียรแลเข้มแข็ง ความปลอบประโลมจะมาหาเจ้าในเวลาอันควร จงรอคอยเราเถิด ใช่แล้ว จงรอคอย เราจักมาแลรักษาเจ้า เป็นการทดลองต่างหากที่กระทำให้เจ้าทุกข์ร้อน แลเป็นความหวาดกลัวอันว่างเปล่าต่างหากที่กระทำให้เจ้าหวาดหวั่น ความพะวักพะวงถึงเหตุการณ์ในอนาคตนำสิ่งใดมาสู่เจ้าเล่า นอกเสียจากความโศกเศร้าซ้ำซ้อน? ความทุกข์ยากของวันใด ก็เพียงพอแล้วสำหรับวันนั้น(2) เป็นความว่างเปล่าแลไร้ประโยชน์ที่จะกระวนกระวายหรือตื่นเต้นกับสิ่งในอนาคต ซึ่งบางทีอาจจะไม่เกิดขึ้นเลย”

3. “ทว่ามันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะถูกหลอกลวงโดยจินตนาการเช่นนี้ แลมันเป็นเครื่องหมายของจิตใจที่ยังคงอ่อนแอ ซึ่งถูกชักจูงไปได้ง่ายดายนักตามคำยั่วยุของศัตรู ด้วยว่ามันมิได้ใส่ใจหรอกว่าจะหลอกลวงแลล่อลวงด้วยความจริงหรือความเท็จ จะทำให้เจ้าล้มลงด้วยความรักในปัจจุบัน หรือความหวาดกลัวต่ออนาคต เหตุฉะนี้ อย่าให้ดวงใจของเจ้าเป็นทุกข์ แลอย่าให้มันหวาดกลัวเลย(3) จงเชื่อในเรา แลวางความไว้ใจของเจ้าในพระเมตตาของเรา เมื่อเจ้าคิดว่าตนเองอยู่ห่างไกลจากเรามาก บ่อยครั้งเรากลับอยู่ใกล้เจ้ามากที่สุด เมื่อเจ้าคำนวณว่าแทบทุกสิ่งสูญสิ้นไปแล้ว บ่อยครั้งเมื่อนั้นแหละที่โอกาสอันยิ่งใหญ่แห่งผลกำไรกำลังอยู่ใกล้แค่เอื้อม ทุกสิ่งมิได้สูญสิ้นไปเพียงเพราะมีบางสิ่งขัดต่อความปรารถนาของเจ้า เจ้ามิควรตัดสินตามความรู้สึกในปัจจุบัน แลมิควรโอนอ่อนหรือยอมจำนนต่อความโศกเศร้าใดๆ ที่บังเกิดขึ้นแก่เจ้า ประหนึ่งว่าความหวังทั้งปวงที่จะรอดพ้นได้ถูกพรากไปเสียแล้ว”

4. “อย่าคิดว่าตนเองถูกทอดทิ้งอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าในบางคราวเราได้ส่งความทุกข์ยากบางประการมาให้เจ้า หรือแม้แต่ได้ริบคืนความปลอบประโลมอันเป็นที่รักไป เพราะนี่คือมรรคาที่มุ่งสู่อาณาจักรสวรรค์ แลโดยมิต้องสงสัยเลยว่า ย่อมเป็นการดีกว่าสำหรับเจ้าแลสำหรับบรรดาผู้รับใช้อื่นๆ ของเรา ที่พวกเจ้าจะถูกพิสูจน์โดยความยากลำบาก ดีกว่าที่พวกเจ้าจะมีทุกสิ่งตามที่ปรารถนา เรารู้ถึงความคิดอันเร้นลับของเจ้า แลรู้ว่ามันจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสุขภาพแห่งวิญญาณจิตของเจ้า ที่บางครั้งเจ้าสมควรจะถูกปล่อยไว้โดยปราศจากความชื่นบาน เกรงว่าบางทีเจ้าอาจจะหลงลำพองใจในยามรุ่งเรือง แลปรารถนาที่จะพอใจตนเองในสิ่งที่เจ้ามิได้เป็น สิ่งใดที่เราได้ให้ เราสามารถเอาคืนได้ แลฟื้นฟูกลับมาใหม่ตามความพอใจของเรา”

5. “เมื่อเราได้ให้ มันก็เป็นของเรา เมื่อเราได้เอาคืนไป เราก็มิได้เอาสิ่งที่เป็นของเจ้าไป เพราะของประทานอันดีงามแลของประทานอันสมบูรณ์ทุกประการ(4) ล้วนมาจากเรา หากเราได้ส่งความโศกเศร้าหรือความขุ่นเคืองใดๆ มาให้เจ้า อย่าได้โกรธเคือง แลอย่าให้ดวงใจของเจ้าเศร้าหมอง เราสามารถที่จะยกเจ้าขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แลเปลี่ยนทุกภาระให้เป็นความชื่นชมยินดี ทว่าเราย่อมมีความยุติธรรมแลสมควรได้รับการสรรเสริญอย่างยิ่ง เมื่อเรากระทำเช่นนี้ต่อเจ้า”

6. “หากเจ้าพิจารณาอย่างถูกต้อง แลมองสิ่งนั้นด้วยความจริง เจ้ามิควรจะเศร้าหมองแลท้อถอยเพราะความทุกข์ยากเลย ทว่าสมควรจะชื่นชมยินดีแลถวายการขอบพระคุณ ใช่แล้ว จงถือว่าเป็นความชื่นชมยินดีสูงสุดเสียด้วยซ้ำ ที่เราทำให้เจ้าทุกข์ร้อนด้วยความโศกเศร้าแลมิได้ละเว้นเจ้า ดังที่พระบิดาได้ทรงรักเรา เราก็รักพวกเจ้าเช่นนั้น(5) เราได้กล่าวไว้เช่นนี้แก่บรรดาสาวกอันเป็นที่รักของเรา ผู้ซึ่งเรามิได้ส่งออกไปสู่ความชื่นชมยินดีฝ่ายโลก ทว่าไปสู่การดิ้นรนต่อสู้อันยิ่งใหญ่ มิใช่ไปสู่เกียรติยศ ทว่าไปสู่ความดูแคลน มิใช่ไปสู่ความสุขสบาย ทว่าไปสู่ความตรากตรำ มิใช่ไปสู่การพักผ่อน ทว่าไปสู่การบังเกิดผลอันอุดมด้วยความพากเพียร บุตรของเราเอ๋ย จงระลึกถึงถ้อยคำเหล่านี้เถิด”

(1) นาฮูม 1:7 (2) มัทธิว 6:34 (3) ยอห์น 14:27 (4) ยากอบ 1:17 (5) ยอห์น 15:9

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต

1. ข้าพเจ้าแสวงหาความช่วยเหลือจากมนุษย์และสิ่งภายนอกก่อนที่จะหันหน้าเข้าหาพระเจ้าด้วยการสวดภาวนาหรือไม่?

2. เมื่อพระเจ้าทรงริบคืนของประทานหรือความบรรเทาใจ ข้าพเจ้าตระหนักหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นไปเพื่อชำระวิญญาณจิตของข้าพเจ้าให้ปราศจากความจองหอง?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 30

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ป้อมปราการและความปลอบประโลมเดียวในวันแห่งความทุกข์ยาก ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงประทานพระหรรษทานให้ข้าพระองค์รีบรุดเข้ามาพึ่งพิงพระองค์ก่อนสิ่งอื่นใด

ขอทรงโปรดเสริมความเชื่อของข้าพระองค์ให้เข้มแข็ง เพื่อข้าพระองค์จะไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบากหรือหวาดกลัวต่ออนาคต ทว่าน้อมรับกางเขนและการทดลองด้วยความชื่นชมยินดี โดยตระหนักว่าพระองค์ทรงจัดเตรียมสรรพสิ่งเพื่อความรอดพ้นของข้าพระองค์

ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน

บทที่ 30 การแสวงหาความช่วยเหลือจากสวรรค์ แลความวางใจที่จะได้รับพระหรรษทาน