Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน
บทที่ 32 การปฏิเสธตนเอง แลการสละละทิ้งความเห็นแก่ตัวทั้งสิ้น

“บุตรของเราเอ๋ย เจ้ามิอาจครอบครองเสรีภาพอันสมบูรณ์ได้ นอกเสียจากเจ้าจักปฏิเสธตนเองอย่างสิ้นเชิง บรรดาผู้ที่ครอบครองความมั่งคั่ง ผู้ที่รักตนเอง ผู้ที่เห็นแก่ตัว ผู้ที่อยากรู้อยากเห็น ผู้ที่กระวนกระวาย ล้วนตกเป็นทาสทั้งสิ้น รวมทั้งบรรดาผู้ที่มักแสวงหาสิ่งที่สุขสบาย แลมิแสวงหาสิ่งที่เป็นของพระเยซูคริสต์ บรรดาผู้ที่เฝ้าแต่วางแผนแลคิดค้นสิ่งที่จะมิอาจตั้งมั่นอยู่ได้ ด้วยว่าสิ่งใดก็ตามที่มิได้มาจากพระเจ้า ย่อมต้องพินาศไป จงยึดมั่นในถ้อยคำอันสั้นแลสมบูรณ์ที่ว่า ‘จงสละละทิ้งสรรพสิ่ง แลเจ้าจักพานพบสรรพสิ่ง จงละทิ้งตัณหาของเจ้า แลเจ้าจักพานพบการพักผ่อน’ จงรำพึงถึงสิ่งนี้ในจิตใจของเจ้า แลเมื่อเจ้าเปี่ยมล้นด้วยสิ่งนี้แล้ว เจ้าจักเข้าใจในสรรพสิ่ง”

2. ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า สิ่งนี้มิใช่กิจการที่จะสำเร็จได้ในวันเดียว แลมิใช่การละเล่นของเด็กน้อย แท้จริงแล้ว ในถ้อยคำอันสั้นนี้ได้รวบรวมเอาความสมบูรณ์ทั้งสิ้นของชีวิตแห่งศรัทธาชนไว้แล้ว

3. “บุตรของเราเอ๋ย เจ้ามิสมควรจะหันเหไป หรือท้อถอยในทันที เพียงเพราะเจ้าได้ยินถึงมรรคาของผู้ที่สมบูรณ์ ทว่าเจ้าสมควรจะถูกกระตุ้นให้ไปสู่เป้าหมายที่สูงส่งยิ่งขึ้น แลอย่างน้อยก็ให้โหยหาความปรารถนาในสิ่งนั้น โอ ขอให้เป็นเช่นนั้นกับเจ้าเถิด แลขอให้เจ้ามาถึงจุดนี้ได้ คือการที่เจ้ามิได้เป็นผู้ที่รักตนเอง ทว่าพร้อมเสมอที่จะทำตามการพยักหน้าของเรา แลของผู้นั้นที่เราได้แต่งตั้งไว้เหนือเจ้าให้เป็นดั่งบิดาของเจ้า เมื่อนั้นเจ้าจักเป็นที่พอใจเราอย่างยิ่ง แลตลอดชีวิตของเจ้าจักดำเนินไปในความชื่นชมยินดีแลสันติสุข เจ้ายังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องสละละทิ้ง ซึ่งหากเจ้ามิยอมจำนนสิ่งเหล่านั้นให้แก่เราอย่างสิ้นเชิง เจ้าจักมิได้รับสิ่งที่เจ้าแสวงหา เราขอแนะนำเจ้าให้ ซื้อทองคำที่ถูกหลอมด้วยไฟจากเรา เพื่อเจ้าจักได้มั่งคั่ง(1) นั่นคือปรีชาญาณแห่งสรวงสวรรค์ ซึ่งชิงชังสรรพสิ่งอันต่ำต้อย จงละทิ้งปรีชาญาณทางโลก แลความเพลิดเพลินทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นของสามัญสำหรับมนุษย์ หรือของตัวเจ้าเอง”

4. “เราขอบอกเจ้าว่า เจ้าต้องซื้อหาสิ่งที่ดูต่ำต้อยด้วยสิ่งที่มีราคาแพงแลยิ่งใหญ่ในสายตาของมนุษย์ ด้วยว่าปรีชาญาณอันเที่ยงแท้แห่งสรวงสวรรค์นั้นดูช่างต่ำต้อยแลเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด แลแทบจะถูกทอดทิ้งให้อยู่ในความหลงลืม มันมิได้คิดว่าตนเองสูงส่ง แลมิได้แสวงหาที่จะถูกขยายให้ยิ่งใหญ่บนแผ่นดินโลก หลายคนให้เกียรติมันด้วยริมฝีปาก ทว่าในดวงใจกลับอยู่ห่างไกลจากมัน แท้จริงแล้วมันคือไข่มุกอันล้ำค่า ซึ่งถูกซ่อนเร้นจากคนเป็นอันมาก”

(1) วิวรณ์ 3:18

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต

1. ข้าพเจ้าปรารถนาเสรีภาพที่แท้จริง แต่ยังคงยึดติดอยู่กับความเห็นแก่ตัว ความสะดวกสบาย หรือสิ่งของทางโลกหรือไม่?

2. ข้าพเจ้าเต็มใจที่จะสละเจตจำนงของตนเอง และซื้อหา "ปรีชาญาณแห่งสวรรค์" ซึ่งโลกมองว่าต่ำต้อยและไร้ค่า หรือไม่?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 32

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ผู้ทรงเรียกร้องให้ข้าพระองค์สละละทิ้งตนเองเพื่อจะได้รับทุกสิ่ง ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงประทานพระหรรษทานให้ข้าพระองค์หลุดพ้นจากการเป็นทาสของความเห็นแก่ตัวและความปรารถนาทางโลก

ขอทรงโปรดประทานปรีชาญาณแห่งสวรรค์ให้แก่ดวงใจของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถละทิ้งตัณหาทั้งปวง และพานพบการพักผ่อนอย่างแท้จริงในพระประสงค์ของพระองค์ ขอให้ข้าพระองค์ดำเนินชีวิตด้วยความนอบน้อมเชื่อฟัง

ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 3 ความปลอบประโลมที่อยู่ภายใน

บทที่ 32 การปฏิเสธตนเอง แลการสละละทิ้งความเห็นแก่ตัวทั้งสิ้น