“บุตรของเราเอ๋ย จงสูญเสียตัวเจ้าเอง แลเจ้าจักพานพบเรา จงยืนนิ่งอยู่โดยปราศจากการเลือกสรรแลความคิดถึงตนเองทั้งปวง แลเจ้าจักเป็นผู้ได้รับกำไรเสมอ ด้วยว่าพระหรรษทานจักถูกเพิ่มพูนแก่เจ้ามากยิ่งขึ้น ทันทีที่เจ้าสละละทิ้งตนเอง แลตราบเท่าที่เจ้ามิได้หันหลังกลับไปยึดติดกับตนเองอีก”
2. ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์สมควรจะสละละทิ้งตนเองบ่อยเพียงใด แลในสิ่งใดบ้างที่ข้าพระองค์สมควรจะสูญเสียตนเอง?
3. “เสมอไป ในทุกโมงยาม: ทั้งในสิ่งที่เล็กน้อย แลในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เราหามีข้อยกเว้นใดๆ ไม่ ทว่าปรารถนาให้เจ้าถูกพบว่าเปลือยเปล่าในสรรพสิ่ง มิเช่นนั้นแล้ว เจ้าจักเป็นของเราแลเราจักเป็นของเจ้าได้อย่างไรเล่า นอกเสียจากเจ้าจักเป็นอิสระทั้งภายในแลภายนอก จากเจตจำนงทั้งปวงของเจ้าเอง? ยิ่งเจ้ากระทำสิ่งนี้เร็วเพียงใด ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อเจ้ามากเพียงนั้น แลยิ่งกระทำอย่างสมบูรณ์แลจริงใจมากเพียงใด เจ้าก็ยิ่งทำให้เราพึงพอใจมากเพียงนั้น แลเจ้าจักได้รับรางวัลอย่างอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น”
4. “บางคนสละละทิ้งตนเอง ทว่ายังมีข้อแม้บางประการ เพราะพวกเขามิได้วางใจในพระเจ้าอย่างบริบูรณ์ เหตุฉะนี้ พวกเขาจึงคิดว่าจำต้องตระเตรียมสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้สำหรับตนเอง บางคนก็มอบถวายทุกสิ่งในตอนแรก ทว่าภายหลังเมื่อถูกกดดันจากการผจญล่อลวง พวกเขาก็หวนกลับไปสู่อุบายของตนเอง แลด้วยเหตุนี้จึงมิมีความก้าวหน้าในฤทธิ์กุศลเลย พวกเขาจักมิอาจบรรลุถึงเสรีภาพที่แท้จริงแห่งดวงใจอันบริสุทธิ์ หรือถึงพระหรรษทานแห่งมิตรภาพอันแสนหวานของเราได้ นอกเสียจากพวกเขาจะสละละทิ้งตนเองอย่างสิ้นเชิงเสียก่อน แลมอบถวายตนเองเป็นเครื่องบูชาในทุกวี่วัน หากปราศจากสิ่งนี้แล้ว การรวมเป็นหนึ่งเดียวซึ่งก่อให้เกิดดอกผล ย่อมมิอาจตั้งมั่นอยู่ได้แลจักมิมีวันตั้งมั่น”
5. “หลายคราที่เราได้กล่าวแก่เจ้า แลบัดนี้ขอกล่าวอีกคราว่า จงมอบตัวเจ้าเอง สละละทิ้งตนเอง แลเจ้าจักมีสันติสุขภายในอันยิ่งใหญ่ จงมอบทุกสิ่งเพื่อแลกกับทุกสิ่ง อย่าได้เรียกร้องสิ่งใด อย่าได้ร้องขอสิ่งใดตอบแทน จงยืนหยัดในเราอย่างเรียบง่ายแลปราศจากความลังเลใดๆ แลเจ้าจักครอบครองเรา เจ้าจักมีเสรีภาพแห่งดวงใจ แลความมืดมิดจักมิอาจท่วมท้นเจ้าได้ เพื่อสิ่งนี้ จงบากบั่นเถิด จงสวดภาวนาขอสิ่งนี้ จงโหยหาสิ่งนี้ เพื่อเจ้าจักได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากการครอบครองตนเองทั้งปวง แลติดตามพระเยซูผู้ทรงถูกเปลือยเปล่าเพื่อเจ้า ได้อย่างเปลือยเปล่า เพื่อเจ้าจักได้ตายต่อตนเอง แลมีชีวิตนิรันดร์เพื่อเรา เมื่อนั้น จินตนาการอันว่างเปล่าทั้งปวง ความว้าวุ่นอันชั่วร้าย แลความพะวักพะวงอันเกินจำเป็นจักปลาสนาการไป เมื่อนั้น ความหวาดกลัวอันเกินพอดีจักพรากไปจากเจ้า แลความรักอันไร้ระเบียบจักมอดม้วยไป”
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ข้าพเจ้าสละละทิ้งเจตจำนงของตนเองแด่พระเจ้าอย่างสิ้นเชิง หรือยังคงซ่อน "ข้อแม้" และความหวงแหนบางอย่างไว้ในใจ?
2. ข้าพเจ้าเต็มใจที่จะยืนอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าอย่าง "เปลือยเปล่า" ปราศจากความรักในตนเอง เพื่อให้พระองค์เป็นทุกสิ่งของข้าพเจ้าหรือไม่?
บทภาวนาประจำบทที่ 37
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ผู้ทรงเรียกร้องให้ศรัทธาชนมอบดวงใจแด่พระองค์อย่างสิ้นเชิง ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงโปรดช่วยให้ข้าพระองค์สูญเสียตัวตนและความยึดติดในตนเอง เพื่อให้ได้พานพบเสรีภาพที่แท้จริง
ขอทรงประทานพระหรรษทานเพื่อลบล้างความหวาดกลัวและเจตจำนงส่วนตนออกไป ขอให้ข้าพระองค์สามารถมอบถวายชีวิตเป็นเครื่องบูชาแด่พระองค์ในทุกโมงยามด้วยใจยินดี
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน