“บุตรของเราเอ๋ย หากเจ้าวางสันติสุขของเจ้าไว้ที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพียงเพราะเจ้ามีความคิดเห็นอันสูงส่งต่อเขา แลคุ้นเคยกับเขา เจ้าจักกลายเป็นผู้ไม่มั่นคงแลพัวพันยุ่งเหยิง ทว่าหากเจ้าพึ่งพิงองค์ความจริงที่ทรงพระชนม์ชีพแลดำรงอยู่ตลอดกาล การทอดทิ้งหรือความตายของมิตรสหายย่อมมิอาจทำให้เจ้าเศร้าหมองได้ ความรักที่เจ้ามีต่อมิตรสหายสมควรจะดำรงอยู่ในเรา แลเพื่อเห็นแก่เรา ทุกคนย่อมสมควรได้รับความรัก ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะเป็นผู้ใด ผู้ซึ่งดูเหมือนว่าดีงามสำหรับเจ้า แลเป็นที่รักยิ่งของเจ้าในชีวิตนี้ หากปราศจากเรา มิตรภาพย่อมปราศจากความเข้มแข็งหรือความยั่งยืน อีกทั้งความรักซึ่งเรามิได้ผูกพันเป็นหนึ่งเดียวนั้น ก็หาใช่ความรักที่แท้จริงแลบริสุทธิ์ไม่ เจ้าสมควรจะตายต่อความเสน่หาของมิตรสหายอันเป็นที่รักเช่นนั้น จนถึงขั้นที่ว่า ตราบเท่าที่ขึ้นอยู่กับเจ้า เจ้าจักเลือกที่จะปราศจากมิตรภาพใดๆ ของมนุษย์เสียดีกว่า ยิ่งมนุษย์เข้าใกล้พระเจ้ามากเพียงใด เขายิ่งถอยห่างจากความบรรเทาใจทางโลกทั้งปวงมากเพียงนั้น แลยิ่งเขาดิ่งลึกลงไปในตนเองมากเพียงใด แลปรากฏเป็นผู้ต่ำต้อยในสายตาของเขาเองมากเพียงใด เขาก็ยิ่งไต่สูงขึ้นไปหาพระเจ้ามากเพียงนั้น”
2. “ทว่าผู้ใดที่ยกความดีงามใดๆ ว่าเป็นของตนเอง ผู้นั้นย่อมขัดขวางพระหรรษทานของพระเจ้ามิให้มาถึงเขา เพราะพระหรรษทานของพระจิตเจ้ามักแสวงหาดวงใจที่ถ่อมตนอยู่เสมอ หากเจ้าสามารถทำให้ตนเองกลายเป็นความว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง แลเทความรักต่อสิ่งเนรมิตทั้งปวงออกจากตนเองได้ เมื่อนั้นย่อมเป็นหน้าที่ของเราที่จะหลั่งไหลพระหรรษทานอันยิ่งใหญ่ลงมาท่วมท้นเจ้า เมื่อเจ้าจับจ้องดวงตาของเจ้าไปที่สิ่งเนรมิต พระพักตร์ขององค์พระผู้สร้างย่อมจะถูกพรากไปจากเจ้า จงเรียนรู้ที่จะพิชิตตนเองในสรรพสิ่งเพื่อเห็นแก่องค์พระผู้สร้างของเจ้าเถิด เมื่อนั้นเจ้าจึงจะสามารถบรรลุถึงความรู้แจ้งแห่งสรวงสวรรค์ได้ ไม่ว่าสิ่งใดจะเล็กน้อยเพียงใด หากมันถูกรักแลถูกให้ความสำคัญอย่างมิมีระเบียบ มันย่อมฉุดรั้งเราไว้จากความดีงามสูงสุด แลกระทำให้เราเสื่อมทรามไป”
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ข้าพเจ้าผูกมัดสันติสุขและความสุขของตนเองไว้กับความรักหรือมิตรภาพของมนุษย์ ซึ่งไม่มั่นคงและแปรเปลี่ยนได้เสมอหรือไม่?
2. ข้าพเจ้ารักผู้อื่น "ในพระเจ้า" หรือรักเขาด้วยตัณหาความยึดติดของตนเอง ซึ่งขัดขวางพระหรรษทานมิให้ทำงานในจิตใจ?
บทภาวนาประจำบทที่ 42
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ความจริงที่ทรงพระชนม์ชีพและดำรงอยู่ตลอดกาล ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงดึงดวงใจของข้าพระองค์ให้หลุดพ้นจากการยึดติดในมนุษย์และสิ่งเนรมิตทั้งปวง
ขอทรงประทานพระหรรษทานให้ข้าพระองค์มีความรักที่บริสุทธิ์ คือการรักมิตรสหายเพื่อเห็นแก่พระองค์ และพร้อมที่จะสละความปลอบประโลมทางโลก เพื่อก้าวเข้าใกล้ความดีงามสูงสุดของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน