ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ขอพระองค์ทรงเป็นความช่วยเหลือของข้าพระองค์ในยามทุกข์ยากเถิด ด้วยว่าความช่วยเหลือของมนุษย์นั้นล้วนว่างเปล่า(1) บ่อยครั้งเพียงใดหนอที่ข้าพระองค์ล้มเหลวในการพานพบความสัตย์ซื่อ ในที่ซึ่งข้าพระองค์คิดว่ามีมันอยู่ บ่อยครั้งเพียงใดหนอที่ข้าพระองค์พานพบมันในที่ซึ่งข้าพระองค์คาดคิดน้อยที่สุด เหตุฉะนี้ ความหวังในมนุษย์จึงเป็นความว่างเปล่า ทว่าความรอดพ้นของผู้ชอบธรรมนั้น ข้าแต่พระเจ้า สถิตอยู่ในพระองค์ ขอถวายพระพรแด่พระองค์ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของข้าพระองค์ ในสรรพสิ่งที่บังเกิดขึ้นแก่พวกข้าพระองค์ พวกข้าพระองค์ล้วนอ่อนแอแลไม่มั่นคง พวกข้าพระองค์ถูกหลอกลวงอย่างรวดเร็วแลแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
2. ผู้ใดเล่าคือมนุษย์ผู้สามารถรักษาตนเองไว้อย่างระแวดระวังแลรอบคอบ จนมิเคยตกลงไปในกับดักแห่งความยุ่งยากใจในบางคราวเลย? ทว่าผู้ที่วางใจในพระองค์ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า แลแสวงหาพระองค์ด้วยดวงใจอันปราศจากมารยา ย่อมมิพลาดพลั้งไปอย่างง่ายดายนัก แลหากเขาตกลงไปในความทุกข์ยากใดๆ ไม่ว่าเขาจะเข้าไปพัวพันยุ่งเหยิงเพียงใด เขาก็จักได้รับการกอบกู้ผ่านทางพระองค์อย่างรวดเร็ว หรือได้รับความปลอบประโลมจากพระองค์ เพราะพระองค์จักมิทอดทิ้งผู้ที่วางใจในพระองค์จนถึงที่สุด มิตรสหายผู้ยังคงสัตย์ซื่อในทุกความทุกข์โศกของมิตรสหายของเขานั้น ช่างหาได้ยากยิ่งนัก พระองค์ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า พระองค์เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ทรงสัตย์ซื่อที่สุดในสรรพสิ่ง แลหามีผู้อื่นใดเสมอเหมือนพระองค์เลย
3. โอ ดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ดวงนั้นช่างมีปรีชาญาณอย่างแท้จริงเพียงใดหนอ ที่ได้กล่าวว่า “จิตใจของข้าพเจ้าตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ แลมีรากฐานอยู่ในองค์พระคริสต์”(2) หากเป็นเช่นนั้นกับข้าพระองค์ ความหวาดกลัวต่อมนุษย์ก็คงมิอาจล่อลวงข้าพระองค์ได้ง่ายดายนัก หรือลูกศรแห่งถ้อยคำก็คงมิอาจทำให้ข้าพระองค์หวั่นไหวได้ ผู้ใดเล่าจะเพียงพอที่จะล่วงรู้สรรพสิ่งล่วงหน้า ผู้ใดเล่าจะปกป้องตนเองจากความชั่วร้ายในอนาคตได้? หากแม้สิ่งที่ล่วงรู้ล่วงหน้าในบางคราวยังทำร้ายเราได้ แล้วสิ่งที่มิได้ล่วงรู้ล่วงหน้าจะกระทำสิ่งใดได้เล่านอกเสียจากทำร้ายอย่างแสนสาหัส? ทว่าเหตุไฉนข้าพระองค์จึงมิได้จัดเตรียมสิ่งใดให้ตนเองดีกว่านี้เล่า ข้าพระองค์ช่างน่าเวทนานัก? เหตุไฉนข้าพระองค์จึงใส่ใจผู้อื่นมากถึงเพียงนี้? ทว่าพวกข้าพระองค์เป็นเพียงมนุษย์ แลหามีสิ่งใดนอกเหนือไปจากมนุษย์ที่เปราะบาง แม้ว่าคนเป็นอันมากจะประเมินแลเรียกขานพวกข้าพระองค์ว่าเป็นดั่งทูตสวรรค์ก็ตาม ข้าพระองค์จะวางใจในผู้ใดได้เล่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์จะวางใจในผู้ใดได้นอกจากพระองค์? พระองค์ทรงเป็นความจริง ทรงมิหลอกลวง แลมิอาจถูกหลอกลวงได้ แลในทางกลับกัน มนุษย์ทุกคนล้วนเป็นผู้มุสา(3) อ่อนแอ ไม่มั่นคง แลเปราะบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในถ้อยคำของเขา จนเราแทบจะมิควรเชื่อในสิ่งที่ดูเหมือนจะถูกต้องเมื่อมองแต่เพียงผิวเผินเลย
4. ด้วยพระปรีชาญาณอันใดหนอที่พระองค์ทรงเตือนพวกข้าพระองค์ล่วงหน้าให้ระวังมนุษย์ แลว่า ศัตรูของมนุษย์ก็คือคนในบ้านของเขาเอง(4) แลว่าพวกข้าพระองค์มิสมควรเชื่อหากผู้ใดกล่าวแก่พวกข้าพระองค์ว่า ดูเถิด อยู่ที่นี่ หรือดูเถิด อยู่ที่นั่น(5) ข้าพระองค์ได้รับการสั่งสอนผ่านความสูญเสียของข้าพระองค์ แลโอ ขอให้ข้าพระองค์พิสูจน์ตนเองว่าระมัดระวังมากขึ้นแลมิโง่เขลาจากสิ่งนี้เถิด “จงรอบคอบเถิด” ผู้หนึ่งกล่าว: “จงรอบคอบเถิด จงเก็บสิ่งที่ข้าพเจ้าบอกท่านไว้กับตัว” แลในขณะที่ข้าพระองค์นิ่งเงียบแลเชื่อว่าสิ่งนั้นถูกซ่อนไว้กับข้าพระองค์ ตัวเขาเองกลับมิอาจนิ่งเงียบในเรื่องนั้นได้ ทว่าทรยศทั้งตัวข้าพระองค์แลตัวเขาเองในทันที แลเดินจากไปตามทางของเขา ขอทรงปกป้องข้าพระองค์ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า จากมนุษย์ผู้ก่อกวนแลขาดความยั้งคิดเช่นนี้ ขออย่าให้ข้าพระองค์ตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกเขา แลขออย่าให้ข้าพระองค์กระทำสิ่งเช่นนั้นเสียเองเลย ขอทรงใส่ถ้อยคำที่สัตย์จริงแลแน่วแน่ไว้ในปากของข้าพระองค์ แลขอทรงพรากลิ้นที่หลอกลวงออกไปให้ห่างไกลจากข้าพระองค์ สิ่งใดที่ข้าพระองค์มิปรารถนาจะทนรับ ข้าพระองค์ย่อมสมควรระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะมิกระทำสิ่งนั้น
5. โอ ช่างเป็นสิ่งที่ดีงามแลสร้างสันติเพียงใดหนอ ที่จะนิ่งเงียบในเรื่องของผู้อื่น แลมิเชื่อในข่าวลือทั้งปวงอย่างประมาท หรือส่งต่อเรื่องเหล่านั้นออกไป ช่างดีงามเพียงใดด้วยที่จะเปิดเผยตนเองแก่ผู้คนเพียงน้อยนิด ที่จะแสวงหาการมีพระองค์เป็นผู้ทอดพระเนตรดวงใจเสมอ ที่จะไม่ถูกพัดพาไปตามสายลมแห่งถ้อยคำทุกประการ ทว่าปรารถนาให้สรรพสิ่งทั้งภายในแลภายนอกสำเร็จลงตามความพอพระทัยแห่งพระประสงค์ของพระองค์! ช่างปลอดภัยเพียงใดหนอต่อการรักษาพระหรรษทานแห่งสรวงสวรรค์ไว้ ด้วยการหลบหนีจากการยอมรับของมนุษย์ แลมิโหยหาสิ่งต่างๆ ที่ดูเหมือนจะเรียกร้องความชื่นชมจากภายนอก ทว่าติดตามสิ่งเหล่านั้นที่นำมาซึ่งการแก้ไขชีวิตแลความร้อนรนแห่งสรวงสวรรค์ด้วยความเอาใจใส่อย่างถึงที่สุด! มีผู้คนมากมายเพียงใดหนอที่ถูกทำร้าย โดยที่ฤทธิ์กุศลของพวกเขาถูกทำให้เป็นที่ประจักษ์แลได้รับการสรรเสริญอย่างรีบร้อนจนเกินไป ช่างเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงเพียงใดหนอที่พระหรรษทานได้ถูกรักษาไว้ในความเงียบสงบในชีวิตอันเปราะบางนี้ ซึ่งดังที่เราได้รับคำบอกเล่าว่า ล้วนเป็นเพียงการผจญล่อลวงแลการศึกสงคราม
(1) สดุดี 60:11 (2) นักบุญอกาธา (3) สดุดี 116:11 โรม 3:4 (4) มัทธิว 10:17, 36 (5) มัทธิว 24:23
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. ข้าพเจ้ามักจะวางใจในคำพูดและคำสัญญาของมนุษย์ ซึ่งแปรเปลี่ยนได้เสมอ มากกว่าการพึ่งพาความช่วยเหลือจากพระเจ้าหรือไม่?
2. ข้าพเจ้าระมัดระวังในการใช้คำพูด และหลีกเลี่ยงการนินทาหรือการส่งต่อข่าวลือที่ทำลายสันติสุขของผู้อื่นหรือไม่?
บทภาวนาประจำบทที่ 45
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์ผู้ทรงสัตย์ซื่อและเป็นความจริงแต่เพียงผู้เดียว ข้าพระองค์ขอกราบวิงวอนต่อเบื้องพระพักตร์ ขอทรงประทานพระหรรษทานเพื่อปกป้องข้าพระองค์จากการวางใจในความช่วยเหลืออันว่างเปล่าของมนุษย์
ขอทรงโปรดพิทักษ์ริมฝีปากของข้าพระองค์ให้พ้นจากการกล่าวร้ายและการมุสา ขอให้ข้าพระองค์รู้จักนิ่งเงียบในเรื่องของผู้อื่น และแสวงหาเพียงพระองค์ผู้เป็นความปลอบประโลมเดียวในยามที่ถูกหักหลังหรือผิดหวัง
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน