ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า พระบิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ขอพระองค์ทรงได้รับการถวายพระพรในบัดนี้แลตลอดกาลเป็นนิตย์ เพราะเมื่อพระองค์ทรงมีพระประสงค์สิ่งใด สิ่งนั้นย่อมสำเร็จลง แลสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำนั้นล้วนดีงาม ขอให้ผู้รับใช้ของพระองค์ชื่นชมยินดีในพระองค์ มิใช่ในตนเอง หรือในผู้อื่นใด เพราะพระองค์เพียงผู้เดียวทรงเป็นความชื่นชมยินดีที่แท้จริง พระองค์ทรงเป็นความหวังแลมงกุฎของข้าพระองค์ พระองค์ทรงเป็นความปีติยินดีแลเกียรติยศของข้าพระองค์ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ผู้รับใช้ของพระองค์มีสิ่งใดเล่า ที่เขามิได้รับจากพระองค์ โดยปราศจากคุณงามความดีใดๆ ของเขาเอง? สรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงประทานให้ แลสิ่งที่พระองค์ได้ทรงเนรมิตสร้างนั้นล้วนเป็นของพระองค์ ข้าพระองค์ยากจนแลตกอยู่ในความน่าเวทนาตั้งแต่ยังเยาว์วัย(1) แลวิญญาณจิตของข้าพระองค์ก็โศกเศร้าจนหลั่งน้ำตา บางคราวมันก็ว้าวุ่นอยู่ภายในตนเอง เพราะความทุกข์ทรมานที่กำลังถาโถมเข้ามา
2. ข้าพระองค์โหยหาความชื่นชมยินดีแห่งสันติสุข ข้าพระองค์กราบวิงวอนขอสันติสุขแห่งบุตรของพระองค์ เพราะในแสงสว่างแห่งความบรรเทาใจของพระองค์ พวกเขาได้รับการหล่อเลี้ยงจากพระองค์ หากพระองค์ทรงประทานสันติสุข หากพระองค์ทรงหลั่งความชื่นชมยินดีอันศักดิ์สิทธิ์ลงในตัวข้าพระองค์ วิญญาณจิตของผู้รับใช้ของพระองค์จะเปี่ยมล้นด้วยท่วงทำนอง แลมีกิจศรัทธาในการสรรเสริญพระองค์ ทว่าหากพระองค์ทรงถอนพระองค์ไป ดังที่พระองค์มักจะทรงกระทำอยู่บ่อยครั้ง เขาย่อมมิอาจวิ่งไปในมรรคาแห่งพระบัญญัติของพระองค์ได้ ทว่าเขาจะคุกเข่าลงแลตีอกชกตัว เพราะมันมิได้เป็นไปกับเขาดั่งเช่นเมื่อวานแลวันก่อน เมื่อแสงเทียนของพระองค์สาดส่องเหนือศีรษะของเขา(2) แลเขาได้ก้าวเดินไปภายใต้ร่มเงาแห่งพระยายปีกของพระองค์(3) ให้พ้นจากการผจญล่อลวงที่ห้อมล้อมเขาไว้
3. ข้าแต่พระบิดา ผู้ทรงชอบธรรมแลสมควรได้รับการสรรเสริญเสมอ โมงยามกำลังมาถึงเมื่อผู้รับใช้ของพระองค์จำต้องถูกทดสอบ ข้าแต่พระบิดาอันเป็นที่รัก นับเป็นการดีแล้วที่ในโมงยามนี้ ผู้รับใช้ของพระองค์จำต้องทนทุกข์บางประการเพื่อเห็นแก่พระองค์ ข้าแต่พระบิดา ผู้สมควรได้รับการนมัสการตลอดกาล ในขณะที่โมงยามซึ่งพระองค์ทรงล่วงรู้ล่วงหน้าตั้งแต่นิรันดร์กาลกำลังมาถึง เมื่อผู้รับใช้ของพระองค์สมควรจะค้อมตัวลงภายนอกเพียงชั่วครู่ ทว่ามีชีวิตอยู่ภายในกับพระองค์เสมอ เมื่อเพียงชั่วครู่เขาจะถูกประเมินค่าเพียงน้อยนิด ถูกทำให้ถ่อมลง แลล้มเหลวในสายตาของมนุษย์ สมควรจะสึกหรอไปกับความทุกข์ทรมานแลความอ่อนแอ เพื่อที่จะลุกขึ้นอีกครั้งกับพระองค์ในรุ่งอรุณแห่งแสงสว่างใหม่ แลได้รับการถวายสิริรุ่งโรจน์ในสถานนมัสการแห่งสรวงสวรรค์ ข้าแต่พระบิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ พระองค์ได้ทรงกำหนดไว้เช่นนั้น แลได้ทรงมีพระประสงค์เช่นนั้น แลสิ่งที่พระองค์เองได้ทรงบัญชาไว้ก็สำเร็จลงแล้ว
4. เพราะนี่คือความโปรดปรานที่พระองค์ทรงมีต่อมิตรสหายของพระองค์ คือการที่เขาจำต้องทนทุกข์แลยากลำบากในโลกนี้เพื่อเห็นแก่ความรักของพระองค์ ไม่ว่าจะบ่อยครั้งเพียงใด แลโดยผู้ใดหรือผู้ใดก็ตามที่พระองค์ทรงอนุญาตให้กระทำ หากปราศจากคำปรึกษาแลการจัดเตรียมของพระองค์ แลหากปราศจากสาเหตุ ย่อมหามีสิ่งใดบังเกิดขึ้นบนแผ่นดินโลกเลย นับเป็นการดีสำหรับข้าพระองค์ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ที่ข้าพระองค์ได้ตกอยู่ในความทุกข์ยาก เพื่อข้าพระองค์จักได้เรียนรู้กฎเกณฑ์ของพระองค์(4) แลจักได้ละทิ้งความเย่อหยิ่งแห่งดวงใจแลความอวดดีทั้งปวง นับเป็นประโยชน์แก่ข้าพระองค์ที่ความสับสนได้ปกคลุมใบหน้าของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จักได้แสวงหาความปลอบประโลมจากพระองค์แทนที่จะแสวงหาจากมนุษย์ โดยสิ่งนี้ ข้าพระองค์ยังได้เรียนรู้ที่จะยำเกรงการพิพากษาอันมิอาจหยั่งรู้ได้ของพระองค์ ผู้ทรงตีสอนคนชอบธรรมพร้อมกับคนอธรรม ทว่ามิใช่โดยปราศจากความเที่ยงธรรมแลความยุติธรรม
5. ขอขอบพระคุณแด่พระองค์ เพราะพระองค์มิได้ทรงละเว้นบาปของข้าพระองค์ ทว่าได้ทรงเฆี่ยนตีข้าพระองค์ด้วยริ้วรอยแห่งความรัก ทรงประทานความเจ็บปวด แลส่งความทุกข์ยากมาสู่ข้าพระองค์ทั้งภายนอกแลภายใน หามีผู้ใดที่สามารถปลอบประโลมข้าพระองค์ได้ จากสรรพสิ่งที่อยู่ใต้สรวงสวรรค์ นอกเสียจากพระองค์เพียงผู้เดียว ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ พระนายแพทย์แห่งวิญญาณจิตแห่งสรวงสวรรค์ ผู้ทรงเฆี่ยนตีแลทรงมีพระเมตตา ผู้ทรงนำลงไปสู่ขุมนรกแลทรงนำขึ้นมาอีกครา(5) การตีสอนของพระองค์ที่อยู่เหนือข้าพระองค์ แลไม้เรียวของพระองค์นั้นเองที่จักสอนข้าพระองค์
6. ดูเถิด ข้าแต่พระบิดาอันเป็นที่รัก ข้าพระองค์อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ข้าพระองค์ค้อมตนลงใต้ไม้เรียวแห่งการตีสอนของพระองค์ ขอทรงเฆี่ยนหลังแลคอของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จักได้ดัดความคดโกงของข้าพระองค์ให้ตรงตามพระประสงค์ของพระองค์ ขอทรงกระทำให้ข้าพระองค์เป็นศิษย์ผู้มีกิจศรัทธาแลต่ำต้อย ดั่งที่พระองค์มักจะทรงเมตตาเสมอ เพื่อข้าพระองค์จักได้ก้าวเดินไปตามทุกการพยักหน้าของพระองค์ ข้าพระองค์ขอมอบตนเองแลสรรพสิ่งที่ข้าพระองค์มีแด่พระองค์เพื่อการแก้ไข ย่อมดีกว่าที่จะถูกลงทัณฑ์ในที่นี้ แทนที่จะเป็นในภายภาคหน้า พระองค์ทรงล่วงรู้สรรพสิ่งแลแต่ละสิ่งเหล่านั้น แลหามีสิ่งใดซ่อนเร้นจากพระองค์ในมโนธรรมของมนุษย์ ก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้น พระองค์ทรงล่วงรู้ว่ามันจะเกิดขึ้น แลพระองค์มิต้องการให้มนุษย์ผู้ใดมาสั่งสอนหรือตักเตือนพระองค์เกี่ยวกับสิ่งที่กระทำบนแผ่นดินโลก พระองค์ทรงล่วงรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผลกำไรของข้าพระองค์ แลความทุกข์ยากนั้นรับใช้เพื่อการขัดเกลาสนิมแห่งบาปออกไปได้อย่างยิ่งใหญ่เพียงใด ขอทรงกระทำต่อข้าพระองค์ตามความพอพระทัยที่พระองค์ทรงปรารถนาเถิด แลขออย่าทรงดูแคลนชีวิตของข้าพระองค์ที่เต็มไปด้วยบาป ซึ่งหามีผู้ใดล่วงรู้ได้อย่างถี่ถ้วนแลบริบูรณ์เท่ากับพระองค์เพียงผู้เดียว
7. ขอทรงประทานแก่ข้าพระองค์ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ที่จะล่วงรู้ในสิ่งที่สมควรล่วงรู้ ที่จะรักในสิ่งที่สมควรรัก ที่จะสรรเสริญในสิ่งที่พระองค์พอพระทัยที่สุด ที่จะประเมินค่าในสิ่งที่มีค่าในสายพระเนตรของพระองค์ ที่จะตำหนิในสิ่งที่เลวทรามในสายพระเนตรของพระองค์ ขออย่าทรงอนุญาตให้ข้าพระองค์ตัดสินตามการมองเห็นของดวงตาฝ่ายเนื้อหนัง หรือพิพากษาตามการได้ยินของหูของมนุษย์ผู้โง่เขลา ทว่าให้แยกแยะในการตัดสินอันเที่ยงแท้ระหว่างสิ่งที่มองเห็นได้แลสิ่งฝ่ายวิญญาณจิต แลเหนือสรรพสิ่งคือการแสวงหาพระประสงค์แห่งความพอพระทัยของพระองค์เสมอ
8. บ่อยครั้งประสาทสัมผัสของมนุษย์มักถูกหลอกลวงในการตัดสิน บรรดาผู้รักโลกก็มักถูกหลอกลวงด้วยว่าพวกเขารักเพียงสิ่งที่มองเห็นได้ มนุษย์จะดีขึ้นได้อย่างไร เพียงเพราะเขาถูกประเมินว่ายิ่งใหญ่มากโดยมนุษย์? ผู้หลอกลวงย่อมหลอกลวงผู้หลอกลวง มนุษย์ผู้ว่างเปล่าย่อมหลอกลวงผู้ว่างเปล่า คนตาบอดย่อมหลอกลวงคนตาบอด คนอ่อนแอย่อมหลอกลวงคนอ่อนแอ เมื่อพวกเขายกย่องซึ่งกันแลกัน แลแท้จริงแล้ว พวกเขากลับทำให้อับอายเสียมากกว่า ในขณะที่พวกเขาสรรเสริญอย่างโง่เขลา เพราะดังที่นักบุญฟรังซิสผู้ถ่อมตนได้กล่าวไว้ว่า "แต่ละคนเป็นอย่างไรในสายพระเนตรของพระองค์ เขาก็เป็นเพียงเท่านั้น แลหาเป็นสิ่งใดมากไปกว่านั้นไม่"
(1) สดุดี 88:15 (2) โยบ 29:3 (3) สดุดี 17:8 (4) สดุดี 119:71 (5) โยบ 13:2
คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต
1. เมื่อต้องเผชิญกับความเปล่าเปลี่ยวและความยากลำบาก ข้าพเจ้ายอมจำนนต่อการจัดเตรียมของพระเจ้า หรือขัดขืนและบ่นว่า?
2. ข้าพเจ้าตระหนักหรือไม่ว่า "ไม้เรียวแห่งการตีสอน" ของพระเจ้านั้น เป็นความเมตตาเพื่อขัดเกลาสนิมแห่งบาปออกจากวิญญาณจิตของข้าพเจ้า?
บทภาวนาประจำบทที่ 50
ข้าแต่พระบิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์และผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ข้าพระองค์ขอมอบชีวิตและวิญญาณจิตของข้าพระองค์ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์
ในโมงยามแห่งความเปล่าเปลี่ยวและความมืดมิด ขอทรงประทานพระหรรษทานให้ข้าพระองค์น้อมรับการตีสอนของพระองค์ด้วยใจถ่อม ขอให้ความทุกข์ยากนี้ขัดเกลาดวงใจของข้าพระองค์ให้บริสุทธิ์ เพื่อที่ข้าพระองค์จะมิพึ่งพาสิ่งของทางโลก ทว่าแสวงหาเพียงพระประสงค์และความปลอบประโลมจากพระองค์แต่เพียงผู้เดียว
ทั้งนี้ เพื่อข้าพระองค์จะสามารถจำลองแบบชีวิตขององค์พระคริสต์ ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อคู่ควรกับชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน