Skip to main content

แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com

เล่มที่ 4 ว่าด้วยศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งพระแท่นบูชา
บทที่ 5 ว่าด้วย ศักดิ์ศรีแห่งศีลศักดิ์สิทธิ์นี้ แลว่าด้วยหน้าที่ของสมณะ

เสียงแห่งองค์ผู้เป็นที่รัก

หากเจ้ามีความบริสุทธิ์ดั่งทูตสวรรค์ แลมีความศักดิ์สิทธิ์ดั่งนักบุญยอห์น บัปติสต์ เจ้าก็ยังมิคู่ควรที่จะรับหรือประกอบศีลศักดิ์สิทธิ์นี้ เพราะมิใช่ด้วยคุณงามความดีของมนุษย์ ที่มนุษย์สมควรจะเสกแลประกอบศีลขององค์พระคริสต์ แลรับปังแห่งทูตสวรรค์มาเป็นอาหาร ธรรมล้ำลึกนั้นช่างใหญ่หลวง แลศักดิ์ศรีของบรรดาสมณะก็ยิ่งใหญ่นัก ซึ่งได้รับมอบในสิ่งที่มิได้ประทานให้แม้แต่แก่ทูตสวรรค์ เพราะมีเพียงสมณะที่ได้รับการบวชอย่างถูกต้องในพระศาสนจักรเท่านั้น ที่มีอำนาจในการเสกแลเฉลิมฉลองพระกายขององค์พระคริสต์ สมณะนั้นแท้จริงคือศาสนบริกรของพระเจ้า ผู้ใช้พระวจนะของพระเจ้าตามพระบัญชาแลการสถาปนาของพระองค์; ทว่าพระเจ้านั้นคือองค์ผู้กระทำหลักแลผู้ทำงานที่มองมิเห็น ซึ่งสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงมีพระประสงค์ย่อมต้องยอมจำนน แลสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาย่อมต้องเชื่อฟัง

2. เหตุฉะนี้ เจ้าจำต้องเชื่อในพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพในศีลศักดิ์สิทธิ์อันประเสริฐสุดนี้ มากกว่าประสาทสัมผัสของเจ้าเอง หรือเครื่องหมายอันมองเห็นได้ใดๆ แลด้วยเหตุนี้ จึงสมควรเข้าหางานนี้ด้วยความหวาดกลัวแลความยำเกรง เหตุฉะนี้ จงใส่ใจแลพิจารณาดูเถิดว่า การรับใช้ที่ถูกมอบหมายให้แก่เจ้าโดยการปกมือของพระสังฆราชนั้นคือสิ่งใด ดูเถิด เจ้าได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นสมณะ แลได้รับการเสกสรรให้ประกอบพิธี บัดนี้จงดูเถิดว่าเจ้ากระทำสิ่งนั้นต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อแลด้วยกิจศรัทธาในเวลาอันสมควร แลสำแดงตนเองให้ปราศจากข้อตำหนิ เจ้ามิได้ทำให้ภาระของเจ้าเบาลง ทว่าบัดนี้เจ้าถูกผูกมัดด้วยพันธะแห่งวินัยที่เข้มงวดขึ้น แลถูกตกลงให้อยู่ในระดับแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่สูงส่งยิ่งขึ้น สมณะสมควรได้รับการประดับประดาด้วยฤทธิ์กุศลทั้งปวง แลมอบแบบอย่างแห่งชีวิตที่ดีงามให้แก่ผู้อื่น วิถีชีวิตของเขามิสมควรเป็นไปตามวิถีทางอันสามัญแลเป็นที่นิยมของมนุษย์ทั่วไป ทว่าสมควรดำเนินร่วมกับทูตสวรรค์ในสวรรค์ หรือกับมนุษย์ผู้บริบูรณ์บนแผ่นดินโลก

3. สมณะผู้สวมอาภรณ์ศักดิ์สิทธิ์ ย่อมสวมบทบาทขององค์พระคริสต์ เพื่อที่เขาจักได้สวดภาวนาต่อพระเจ้าด้วยการวิงวอนแลความถ่อมตนทั้งสิ้นเพื่อตนเองแลเพื่อประชาชนทั้งปวง เขาสมควรระลึกถึงพระทรมานขององค์พระคริสต์อยู่เสมอ เขาสมควรพินิจดูรอยพระบาทขององค์พระคริสต์อย่างถี่ถ้วน แลบากบั่นอย่างร้อนรนที่จะติดตามสิ่งเหล่านั้น เขาสมควรแบกรับความเลวร้ายใดๆ ที่ผู้อื่นนำมาสู่ตนอย่างอ่อนโยนเพื่อพระเจ้า เขาสมควรคร่ำครวญถึงบาปของตนเอง แลบาปที่ผู้อื่นได้กระทำ แลมิอาจละเลยความประมาทต่อการสวดภาวนาแลเครื่องบูชาศักดิ์สิทธิ์ จนกว่าเขาจะมีชัยชนะเพื่อรับพระหรรษทานแลพระเมตตา เมื่อสมณะเฉลิมฉลองพิธี เขาย่อมถวายเกียรติแด่พระเจ้า มอบความชื่นชมยินดีแก่ทูตสวรรค์ เสริมสร้างพระศาสนจักร ช่วยเหลือผู้ที่มีชีวิตอยู่ มีส่วนร่วมกับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว แลกระทำให้ตนเองเป็นผู้มีส่วนร่วมในสิ่งดีงามทั้งปวง

 

คำถามเพื่อการรำพึงแลเจริญชีวิตฝ่ายวิญญาณจิต 

1. ข้าพเจ้ามีความเคารพยำเกรงต่อศีลศักดิ์สิทธิ์แลต่อสมณะผู้เป็นศาสนบริกรของพระเจ้า โดยมองทะลุผ่านความอ่อนแอของมนุษย์ไปสู่พระอานุภาพของพระเจ้าหรือไม่?

2. สำหรับผู้ที่มิใช่สมณะ ข้าพเจ้าได้ร่วมสวดภาวนาแลสนับสนุนบรรดาสมณะให้สามารถรักษาความศักดิ์สิทธิ์แลเป็นแบบอย่างแห่งฤทธิ์กุศลแก่ผู้อื่นหรือไม่?

 

บทภาวนาประจำบทที่ 5

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า องค์พระมหาปุโรหิตสูงสุด ข้าพระองค์ขอขอบพระคุณที่ทรงสถาปนาศีลศักดิ์สิทธิ์แลแต่งตั้งบรรดาสมณะ เพื่อแจกจ่ายความรอดพ้นให้แก่ประชากรของพระองค์

ขอทรงประทานพระหรรษทานให้ข้าพระองค์เข้าหาพระแท่นบูชาด้วยความยำเกรงสูงสุด แลเหนือสิ่งอื่นใด ขอทรงโปรดอวยพรแลชำระบรรดาสมณะของพระองค์ให้บริสุทธิ์ เพื่อให้พวกเขาสามารถประกอบธรรมล้ำลึกอันศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างคู่ควร เป็นที่ถวายพระเกียรติแด่พระองค์ แลนำพาจิตวิญญาณทั้งหลายให้เจริญรอยตามองค์พระคริสต์ไปสู่ชีวิตนิรันดร์ด้วยเทอญ อาแมน

ท่านกำลังอ่าน

เล่มที่ 4 ว่าด้วยศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งพระแท่นบูชา

บทที่ 5 ว่าด้วย ศักดิ์ศรีแห่งศีลศักดิ์สิทธิ์นี้ แลว่าด้วยหน้าที่ของสมณะ