ศัตรู ของพระเยซูบอกว่า เขาเรียกตัวเองเป็นปากเสียงของข้าทาสและผู้ถูกทอดทิ้ง คอยยุยงให้คนพวกนั้นลุกขึ้นต่อต้านเจ้านายของตน ที่ฝ่ายศัตรูว่าเช่นนั้นเพราะ พระเยซูเป็นของคนต่ำต้อยจริง ๆ เขาเรียกตนเองอย่างที่เขาเป็นอยู่ และเขาก็ไม่ได้คิดอวดอ้างถึงตัวตนที่แท้นั้นแม้แต่น้อย
ให้เรามาพิจารณาถึงบรรดาผู้ติดตาม และความเป็นหัวหน้าของพระเยซูกันดีกว่า
เริ่มแรก เขาเลือกผู้ติดตามมาเพียงไม่กี่คนจากเมืองเหนือ ทุกคนไม่มีพันธะกับสิ่งใด ทุกคนเป็นอิสระ ร่างกายแข็งแรง จิตใจแข็งแกร่ง จากนั้นสองปีต่อมา ทุกคนก็พร้อมจะเผชิญหน้ากับความตายอย่างเต็มใจและท้าทาย
ท่านคิดว่า คนพวกนั้นเป็นพวกทาสหรือคนถูกทอดทิ้งหรือ?
ท่านคิดว่าเจ้าชายผู้เย่อหยิ่งแห่งเลบานอนและแห่งอาร์-มาเนียนจะหลงลืมหน้าที่แห่งกษัตริย์ ในการรับพระเยซูเป็นประกาศกของพระเจ้าละหรือ?
หรือท่านคิดว่า คนชั้นสูงแห่งอันติโอก แห่งไบเซนติอุม แห่งเอเธนส์ และแห่งโรม ได้รับการแต่งตั้งจากหัวหน้าของพวกข้าทาส?
เปล่าเลย ชายนาซาเร็ธคนนี้ไม่ได้ทำให้คนใช้ลุกขึ้นสู้กับเจ้านาย หรือให้เจ้านายตบตีคนใช้ เขาไม่ต้องการให้ใคร ทะเลาะกับใครทั้งนั้น
เขาเป็นมนุษย์ที่เหนือมนุษย์ สายธารที่หลั่งไหลในกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นของเขาร้องเพลงด้วยอารมณ์รักใคร่และด้วยอำนาจ
ถ้าเกียรติยศคือการใช้เกียรติเข้าปกป้องผู้อื่น เขาก็นับเป็นคนที่มีเกียรติที่สุด ถ้าอิสรภาพคือเสรีในความคิดในคำพูดและในการกระทำ เขาก็นับเป็นคนที่อิสระที่สุด ถ้าความสูงศักดิ์แท้คือความสูงศักดิ์ที่มีจิตใจอ่อนโยนเปี่ยมรัก และเป็นความโดดเดี่ยวที่มีแต่ความเมตตาสงสาร เมื่อนั้นเขาก็นับเป็นผู้ยิ่งใหญ่กว่าใครทั้งมวล
อย่าลืมว่าผู้แข็งแรงและว่องไวเท่านั้นที่จะชนะการแข่งขัน และผู้ชนะเท่านั้นจะได้รับพวงมาลัย พระเยซูถูกคล้องมาลัยโดยคนที่รักเขา และศัตรูก็คล้องมาลัยให้เขาโดยไม่รู้ตัวด้วยเช่นกัน
แม้ในทุกวันนี้เขาก็ยังคงคล้องมาลัยอยู่ โดยเทวีอาเตมิสผู้ประทับในรโหฐานแห่งวิหารของพระนาง