พวกยิวก็เหมือนชาวโฟนีเชียนและชาวอาหรับเพื่อนบ้านของพวกเขา ที่ไม่ยอมให้พระเจ้าของตนได้พักผ่อนหรือนั่งกินลมแม้สักชั่วครู่
พวกเขาหมกมุ่นแต่เรื่องพระเรื่องเจ้า คอยแต่สอดส่ายสายตาดูการสวดมนต์และกิจศรัทธาของคนอื่น
ขณะที่พวกเราชาวโรมได้สร้างวิหารหินอ่อนให้กับพระของเรา คนพวกนี้กลับมาถกเถียงกันเรื่องธรรมชาติของพระเจ้า เมื่อกำลังเริงรื่น เราจะเต้นรำทำเพลงรอบแท่นบูชาของจูปิเตอร์และจูโน รอบแท่นของมาร์และวีนัส แต่พอพวกนี้ได้ยินดีสักเล็กน้อย กลับรีบใส่เสื้อกระสอบและโรยเถ้าใส่หัว—ยังกับว่า วันอันเศร้าโศกคือวันเกิดของพวกเขายังงั้นแหละ
แต่ต้องเว้น เยซู -คนที่ประกาศว่าพระเจ้าคือผู้สนุกสนานร่าเริง จนคนอื่นทนไม่ได้เลยจับฆ่าเสีย- ไว้คนหนึ่ง
คนพวกนี้ไม่เคยเป็นสุขกับพระเจ้าผู้มีความสุข คนพวกนี้รู้จักแต่พระเจ้าแห่งความเจ็บปวดเท่านั้น
แม้แต่หมู่มิตรและผู้ติดตามของเยซูเอง ทั้งที่ล่วงรู้ถึงความร่าเริงและเคยได้ยินเสียงหัวเราะของเขา ก็ยังสร้างภาพพจน์ให้เขาต้องเจ็บปวดทนทุกข์และพากับกราบไหว้ภาพพจน์ที่แสนเศร้านั้น
แน่นอน ในการกราบไหว้บูชาเช่นนี้ พวกเขาไม่เคยไปถึงพระเจ้า หากแต่พวกเขาดึงพระลงมาคลุกฝุ่นพร้อมกับตนเท่านั้น
อย่างไรก็ดีข้าเชื่อมั่นในปราชญ์คนนี้ เยซูไม่เหมือนโส-คราเตส เขามีอำนาจเหนือคนในเผ่าของเขา บางทีอาจรวมไปถึงคนเผ่าอื่นด้วย
เพราะเราทุกคนคือสิ่งสร้างแห่งความเศร้า และมีใจครุ่นคิดสงสัย เมื่อใครคนหนึ่งบอกเรา “ให้เราชื่มชมยินดีกับพระเจ้าของเราเถอะ” เราจะไม่ฟังเขา แปลกจริงที่ความเจ็บปวดทำนองนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรมไปเสียแล้ว
คนพวกนี้จะพบกับอาโดนิสคนใหม่ พระเจ้าองค์เก่าถูกฆ่าตายไปแล้วในป่า พวกเขาได้เลี้ยงฉลองความตายของพระเจ้าองค์นั้น เป็นเรื่องน่าเศร้าเสียจริงที่พวกเขาไม่เคยใส่ใจกับเสียงหัวเราะของพระองค์เลย
ให้เราเปิดอกคุยกันแบบลูกผู้ชายกรีกและโรมันดีกว่า เราเองเคยได้ยินโสคราเตสหัวเราะดังลั่นถนนในเอเธนส์ไหม? เราลืมเลือนเรื่องถ้วยยาพิษนั้นหรือยัง? แล้วละครของไดโอนีซุสล่ะ?
อย่ากระนั้นเลย พวกผู้เฒ่าผู้แก่ของเราเคยหยุดตามหัวมุมถนน ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ และยิ้มแย้มเป็นสุขกับโศกนาฏ-กรรมของปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นบ้างหรือเปล่า?