Skip to main content
บทนำสู่ชีวิตศรัทธา โดย นักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์

 (St. Francis de Sales: Introduction to the Devout Life)

นักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์ เคยเขียนไว้ว่า "ไม่มีนาฬิกาเรือนใด ไม่ว่าจะดีเลิศเพียงใด ที่จะไม่ต้องตั้งเวลาและไขลานใหม่วันละสองครั้ง คือตอนเช้าและตอนเย็น"  ถึงแม้นาฬิการในสมัยปัจจุบันจะไม่จำเป็นต้องไขลานเช้าเย็นแล้ว แต่ถ้าเปรียบกับยุคสมัยของเราที่ต้องชาร์ตมือถืออยู่บ่อยๆ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ท่านนักบุญกำลังให้สัญลักษณ์แห่ง กิจศรัทธาภักดี (Pious devotion) แก่พวกเราทุกคน นั่นคือ ความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าจำเป็นต้องได้รับการเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอด้วยความศรัทธาที่ถูกหล่อหลอมมาอย่างดี เพื่อรับประกันว่าเราจะเติบโตขึ้นในความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งไม่มีเทคโนโลยีใดสามารถทดแทนสิ่งนี้ให้เราได้

ด้วยเหตุนี้ ฟรังซิส เดอ ซาลส์ พระสังฆราชแห่งเจนีวาและนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักรในเวลาต่อมา จึงได้เขียน "บทนำสู่ชีวิตศรัทธา" ขึ้นในปี ค.ศ. 1609 ท่านระบุจุดประสงค์ไว้ว่า "เพื่อสั่งสอนผู้ที่อาศัยอยู่ในเมือง ในครอบครัว หรือในราชสำนัก ผู้ซึ่งมักใช้ข้ออ้างของความไม่น่าจะเป็นไปได้ มาเป็นเหตุผลที่จะไม่แม้แต่จะคิดเริ่มต้นชีวิตศรัทธา" บางทีเหตุผลที่เราละเลยความศรัทธาอาจแตกต่างไปจากคริสตชนในศตวรรษที่ 17 แต่ถึงกระนั้น ท่านก็ยังคงพยายาม "ใช้บทความนี้เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่มีใจกว้างขวาง" ที่ตั้งใจจะดำเนินชีวิตศรัทธาอย่างแท้จริง

ความศรัทธาคืออะไร?

Ornament line 000

ไม่น่าแปลกใจที่ผู้อุทิศตนแด่พระเจ้าจะถูกเยาะเย้ยถากถาง "ทันทีที่คนทางโลกเห็นว่าท่านปรารถนาที่จะดำเนินชีวิตด้วยศรัทธาจิต พวกเขาจะเล็งลูกศรแห่งการเยาะเย้ยและแม้กระทั่งการใส่ร้ายป้ายสีมาที่ท่าน" กระนั้น ท่านนักบุญก็วิงวอนให้เราปฏิบัติต่อไป "ในกิจการธรรมดา ๆ ที่จำเป็น ซึ่งนำเราไปสู่ความรักของพระเจ้า" คำว่าการฝึกฝน "กิจศรัทธา" ในความหมายของนักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์ หมายถึง "ความสามารถและความมีชีวิตชีวาฝ่ายจิตวิญญาณ ซึ่งความรักทำงานอยู่ในตัวเรา หรือช่วยให้เราทำงานได้อย่างรวดเร็วและเปี่ยมด้วยความรัก... ความรักนั่นเองที่ทำให้เราทำความดีอย่างระมัดระวัง บ่อยครั้ง และทันท่วงที" เนื่องจากความศรัทธาวางรากฐานอยู่บนความรักต่อพระเจ้า ความศรัทธาที่แท้จริงจึงสามารถอธิบายง่าย ๆ ว่าเป็น "ความรักที่แท้จริงต่อพระเจ้า" ความรักเช่นนี้จะทำให้เรามีใจภักดีและศรัทธาโดยธรรมชาติ เพราะ "เราจะกลายเป็นเหมือนสิ่งที่เรารัก"

การชำระใจ
  และการรับมือกับการประจญ

Ornament line 000

เพื่อช่วยให้ผู้อ่านก้าวหน้าใน ชีวิตแห่งกิจศรัทธา นี้ ท่านได้มอบชุดการรำพึงซึ่งเป็นเนื้อหาส่วนใหญ่ของหนังสือ การรำพึงบทแรกให้รากฐานสำหรับบทอื่น ๆ ทั้งหมด: "พระเจ้าทรงดึงคุณออกมาจากความว่างเปล่าเพื่อสร้างคุณให้เป็นอย่างที่คุณเป็นในตอนนี้ และพระองค์ทรงทำเช่นนั้นด้วยความดีงามของพระองค์เองล้วน ๆ... พระเจ้าทรงวางคุณไว้ในโลกนี้ ไม่ใช่เพราะพระองค์ทรงต้องการคุณแต่อย่างใด ท่านไม่มีประโยชน์ใด ๆ ต่อพระองค์เลย แต่เพื่อจะทรงใช้ความดีงามของพระองค์ในตัวท่าน โดยการประทานพระหรรษทานและสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์แก่ท่าน" ฟรังซิส เดอ ซาลส์ ตระหนักดีว่าการประจญสามารถโบยตีจิตวิญญาณที่มุ่งมั่นในความศรัทธาได้อย่างไร ท่านอธิบายว่า พระเจ้าทรงอนุญาตให้มีการโจมตีอย่างรุนแรงเฉพาะกับจิตวิญญาณที่พระองค์ทรงปรารถนาจะยกย่องให้สูงขึ้นสู่ความรักอันบริสุทธิ์ของพระองค์ หนังสือเล่มนี้เสนอวิธีรับมือ 4 ประการ ได้แก่

  1. การวิ่งหาพระเจ้า เมื่อเรารู้ตัวว่าถูกประจญ ให้ทำเหมือนเด็กเล็ก ๆ ที่เมื่อเห็นหมาป่าหรือหมี ก็จะรีบวิ่งไปหาอ้อมกอดของพ่อแม่ทันที

  2. การรวมเป็นหนึ่งกับไม้กางเขน หันหัวใจไปหาพระเยซูคริสต์ผู้ทรงถูกตรึงกางเขนและจุมพิตพระบาทศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์

  3. การขอคำแนะนำ "ยา" ขนานเอกคือการเปิดใจบอกเล่าความรู้สึกต่อผู้นำทางวิญญาณ การเก็บเงียบไว้เป็นกลลวงของปีศาจ

  4. การทำสิ่งตรงกันข้าม ขจัดความเย้ายวนด้วยการทำกิจการที่ตรงกันข้าม โดยเฉพาะกิจการแห่งความรักต่อพระเจ้า

ความแห้งแล้งฝ่ายจิต
  และการภาวนา

Ornament line 000

หลายครั้ง ความแห้งแล้งฝ่ายจิต อาจเกิดขึ้น และบางครั้งก็เป็นเพราะตัวเราเอง "ตัวเราเองนี่แหละที่มักจะเป็นสาเหตุของความแห้งแล้งและตีบตันของเรา" การตามใจตนเองนำไปสู่ความแห้งแล้งโดยตรง หรือบางครั้งก็เกิดจากความหยิ่งทะนงหรือความอกตัญญูของเราเอง วิธีแก้คือ "จงถ่อมตนลงอย่างมากต่อพระพักตร์พระเจ้า... ไปหาผู้ฟังบาปของคุณ เปิดใจให้ท่าน... จงมอบตนเองไว้กับพระเมตตาและพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้า" หากความศรัทธาที่แท้จริงคือความรักต่อพระเจ้า แก่นแท้ของชีวิตศรัทธาก็คือ "การภาวนา" ท่านเข้าใจดีว่าธรรมชาติของมนุษย์นั้นอ่อนแอและหลงลืมง่าย เนื้อหนังมักจะดึงจิตวิญญาณลงต่ำ "ท่านต้องรื้อฟื้นและย้ำเตือนความตั้งใจดีที่จะรับใช้พระเจ้าอยู่เสมอ" การภาวนาจึง "ชำระสติปัญญาของเราจากความไม่รู้ และชำระเจตจำนงของเราจากความปรารถนาที่เสื่อมทราม"

ท่านยังให้ความสำคัญกับ นันทนาการที่ดีต่อสุขภาพกาย และ มิตรภาพฝ่ายจิตวิญญาณ ซึ่งวิญญาณสองสามดวงหรือมากกว่านั้นสร้างจิตวิญญาณเดียวกันขึ้นมาในหมู่พวกเขา เพราะ "พระเจ้าทรงได้รับสิริรุ่งโรจน์มากขึ้นผ่านการรวมกันของกิจการดีของเรากับพี่น้องและเพื่อนบ้าน"

 

บทภาวนา

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสร้างลูกขึ้นมาจากความว่างเปล่าด้วยความดีงามและพระเมตตาล้วนๆ ขอพระองค์โปรดชำระสติปัญญาและเจตจำนงของลูกให้บริสุทธิ์ผ่านการสวดภาวนา โปรดจุดไฟแห่ง "ความศรัทธา" และความรักแท้ต่อพระองค์ลงในจิตใจ เพื่อให้ลูกสามารถกระทำกิจการดีต่างๆ ด้วยความเอาใจใส่ รวดเร็ว และเปี่ยมด้วยความรัก ขอประทานพละกำลังให้ลูกหมั่นดูแลและฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่มีต่อพระองค์ในทุกๆ วัน ดั่งนาฬิกาที่ได้รับการตั้งเวลาและไขลานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ชีวิตของลูกสะท้อนถึงความรักของพระองค์ในทุกกิจวัตรประจำวัน

ในยามที่ลูกต้องเผชิญกับการประจญหลอกลวง ขอโปรดประทานสติปัญญาให้ลูกรีบวิ่งกลับไปสู่อ้อมกอดของพระองค์ดั่งเด็กเล็กๆ และแนบสนิทกับไม้กางเขนของพระคริสตเจ้าเพื่อก้าวข้ามความอ่อนแอทั้งปวง และเมื่อใดที่ดวงวิญญาณของลูกต้องตกอยู่ในความแห้งแล้งฝ่ายจิต ขอโปรดสอนให้ลูกรู้จักถ่อมตนลงอย่างลึกซึ้ง และมอบความวางใจทั้งหมดไว้ในพระเมตตาและพระญาณเอื้ออาทรของพระองค์ ขอให้ลูกมุ่งมั่นทำกิจการแห่งความรักและเปิดใจรับมิตรภาพฝ่ายจิตที่ดี เพื่อก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความศักดิ์สิทธิ์นี้ได้อย่างมั่นคงตลอดไป โดยคำเสนอวิงวอนของนักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์ อาแมน

บทนำสู่ชีวิตศรัทธา โดย นักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์