"Uniformity with God's Will"
โดย นักบุญอัลฟอนโซ ลีโกวรี
แปลและเรียบเรียงโดย Faith4Thai.com
ประการสุดท้าย เราควรพิจารณาเหตุการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นกับเราในขณะนี้ และที่จะเกิดขึ้นกับเราในอนาคต ว่าล้วนมาจากพระหัตถ์ของพระเจ้า สิ่งที่เราทำทั้งหมดควรมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวนี้ นั่นคือการทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า และทำสิ่งนั้นด้วยเหตุผลเพียงประการเดียวคือพระเจ้าทรงประสงค์เช่นนั้น เพื่อให้ก้าวเดินบนหนทางนี้ได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น เราต้องพึ่งพาคำแนะนำจากผู้ใหญ่ของเราในเรื่องภายนอก และจากผู้อำนวยการฝ่ายจิตของเราในเรื่องภายใน เพื่อเรียนรู้น้ำพระทัยของพระเจ้าที่มีต่อเราจากพวกท่าน โดยมีความเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมในพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ว่า "ผู้ใดฟังท่าน ผู้นั้นก็ฟังเรา"[1]
เหนือสิ่งอื่นใด ขอให้เราทุ่มเทเรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อรับใช้พระเจ้าในหนทางที่พระองค์ทรงปรารถนา ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพื่อเราจะได้หลีกเลี่ยงความผิดพลาดของคนที่เสียเวลาไปกับการฝันกลางวันอย่างไร้สาระ คนเช่นนั้นมักจะพูดว่า "ถ้าฉันไปเป็นฤาษี ฉันคงจะได้เป็นนักบุญ" หรือ "ถ้าฉันเข้าอาราม ฉันคงจะได้ทำพลีกรรม" หรือ "ถ้าฉันจากที่นี่ไป โดยทิ้งเพื่อนฝูงและสหายไว้เบื้องหลัง ฉันคงจะอุทิศเวลาหลายชั่วโมงให้กับการภาวนาได้" มีแต่คำว่า ถ้า ถ้า ถ้า เต็มไปหมด ในขณะเดียวกันบุคคลผู้นี้กลับมีสภาพวิญญาณที่แย่ลงเรื่อยๆ จินตนาการอันไร้สาระเหล่านี้มักจะเป็นการประจญจากปีศาจ เพราะมันไม่สอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระเจ้า ดังนั้นเราควรขจัดความคิดเหล่านั้นทิ้งไปทันที และปลุกเร้าตัวเราเองให้รับใช้พระเจ้าเฉพาะในหนทางที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ให้เราเท่านั้น เมื่อเราทำตามน้ำพระทัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ เราย่อมจะศักดิ์สิทธิ์ขึ้นอย่างแน่นอนในสภาพแวดล้อมที่พระองค์ทรงวางเราไว้
ขอให้เราจงตั้งใจมั่นที่จะปรารถนาเพียงสิ่งที่พระเจ้าทรงปรารถนาอยู่เสมอและตลอดไป เพราะเมื่อเราทำเช่นนั้น พระองค์จะทรงโอบกอดเราไว้แนบพระทัยของพระองค์ เพื่อจุดประสงค์นี้ ขอให้เราทำความคุ้นเคยกับข้อความบางตอนในพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่เชิญชวนให้เรารวมตัวเราให้ เป็นหนึ่ง กับน้ำพระทัยของพระเจ้า อย่างสม่ำเสมอ ดังที่ว่า "พระเจ้าข้า พระองค์ประสงค์จะให้ข้าพเจ้าทำสิ่งใด"[2] โปรดบอกข้าพเจ้าเถิด ข้าแต่พระเจ้า ว่าพระองค์ทรงประสงค์ให้ข้าพเจ้าทำสิ่งใด เพื่อข้าพเจ้าจะได้ปรารถนาสิ่งนั้นด้วยสุดจิตสุดใจเช่นกัน "ข้าพเจ้าเป็นของพระองค์ โปรดทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอดพ้นด้วยเถิด"[3] ข้าพเจ้าไม่ใช่ของตนเองอีกต่อไป ข้าพเจ้าเป็นของพระองค์ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า โปรดกระทำต่อข้าพเจ้าตามที่พระองค์ทรงประสงค์เถิด
หากมีความโชคร้ายอย่างหนักหน่วงเกิดขึ้นกับเรา ยกตัวอย่างเช่น การเสียชีวิตของญาติพี่น้อง หรือการสูญเสียทรัพย์สิน ขอให้เรากล่าวว่า "ใช่แล้ว ข้าแต่พระบิดา เพราะสิ่งนี้เป็นที่พอพระทัยในสายพระเนตรของพระองค์"[4] ใช่แล้ว ข้าแต่พระเจ้าและพระบิดาของข้าพเจ้า ขอให้เป็นไปตามนั้นเถิด เพราะนั่นคือความพอพระทัยของพระองค์ เหนือสิ่งอื่นใด ขอให้เรารักและหวงแหนบทภาวนาขององค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ซึ่งพระองค์ทรงสอนเราด้วยพระองค์เองว่า "พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์"[5] องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสั่งให้นักบุญกาเตรีนาแห่งเจนัวหยุดพักสักครู่หนึ่งที่คำกล่าวเหล่านี้ทุกครั้งที่ท่านสวดบทข้าแต่พระบิดา เพื่อภาวนาขอให้น้ำพระทัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าสำเร็จไปบนแผ่นดินด้วยความสมบูรณ์แบบเดียวกับที่บรรดานักบุญปฏิบัติในสวรรค์ ขอให้สิ่งนี้เป็นข้อปฏิบัติของเราด้วยเช่นกัน แล้วเราจะกลายเป็นนักบุญอย่างแน่นอน
ขอให้น้ำพระทัยของพระเจ้าจงเป็นที่รักและได้รับการสรรเสริญ ขอให้พระนางพรหมจารีผู้ปฏิสนธินิรมลได้รับการสรรเสริญด้วยเช่นกัน!
อ้างอิงท้ายเรื่อง
- ลก. 10, 16 (Luke 10, 16)
- กจ. 9, 16 (Acts 9, 16)
- สดด. 118, 94 (Psalms 118, 94)
- มธ. 11, 26 (Matthew 11, 26)
- มธ. 6, 10 (Matthew 6, 10)
saint alphonsus mary de liguori
a founder of Redemptiorist order
ท่านกำลังอ่าน
7. บทสรุป