บทที่ 23 “กิจกรรมธรรมทูต”
(Missionary Action)
พระศาสนจักรมีธรรมชาติเป็นธรรมทูตในตัวเอง และ การประกาศข่าวดี (evangelization) ถือเป็นหน้าที่พื้นฐานของประชากรของพระเจ้า ดังนั้น คริสตชนสัตบุรุษทุกคนจึงมีบทบาทในความพยายามด้านงานธรรมทูต (มาตรา 781)
พระสันตะปาปาและคณะพระสังฆราชทรงชี้นำและประสานงานความพยายามด้านงานธรรมทูตของพระศาสนจักร (ส่วนใหญ่ผ่านทางสมณกระทรวงเพื่อการประกาศข่าวดีสู่ปวงชน - Congregation for the Evangelization of Peoples) พระสังฆราชแต่ละองค์มีส่วนร่วมในความห่วงใยต่องานธรรมทูตนี้ และต้องส่งเสริมงานนี้ในสังฆมณฑลของตน (มาตรา 782, 791) พระสังฆราชในเขตแพร่ธรรม (mission territories) มีหน้าที่สอดส่องดูแลและประสานงานกิจกรรมของธรรมทูตในสังฆมณฑลของตน (มาตรา 790) นักบวชชายและหญิง เนื่องจากการถวายตัวแด่พระศาสนจักร จึงต้องมีส่วนร่วมในกิจกรรมธรรมทูต (มาตรา 783)
กิจกรรมธรรมทูตมีจุดมุ่งหมายเพื่อปลูกฝังพระศาสนจักรในสถานที่ที่ยังไม่ได้หยั่งราก สิ่งนี้หมายถึงการส่งผู้ประกาศพระวรสารไปยังชนชาติต่างๆ ที่ยังไม่เคยได้ยินข่าวดี จนกว่าพระศาสนจักรเกิดใหม่ (young churches) จะได้รับการสถาปนาอย่างสมบูรณ์และสามารถดำเนินความพยายามในการประกาศข่าวดีได้ด้วยตนเอง (มาตรา 786)
ธรรมทูต (Missionaries) คือบุคคลที่ถูกส่งไปเพื่อปฏิบัติงานธรรมทูต; พวกเขาอาจเป็นคนพื้นเมืองหรือชาวต่างชาติ เป็นพระสงฆ์ สังฆานุกร นักบวช หรือฆราวาสก็ได้ (มาตรา 784) ครูคำสอน (Catechists) คือฆราวาสที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดีและเป็นที่รู้จักในฐานะคริสตชนที่ดี ซึ่งทำหน้าที่ช่วยเหลือธรรมทูตโดยการสอนพระวรสาร จัดการเฉลิมฉลองทางพิธีกรรม และส่งเสริมกิจการเมตตาธรรม (มาตรา 785)
ธรรมทูตมุ่งมั่นที่จะสร้างการเสวนาอย่างจริงใจกับผู้ที่ไม่ใช่คริสตชน โดยผ่านทางคำพูดและการเป็นพยานด้วยชีวิตของพวกเขา; พวกเขาพยายามเปิดทางให้คนเหล่านั้นมีความเข้าใจในพระวรสาร พวกเขาสอนความจริงแห่งความเชื่อแก่ผู้ที่ดูเหมือนจะพร้อมรับสารแห่งพระวรสาร เพื่อว่าหากและเมื่อพวกเขาเรียกร้อง พวกเขาจะสามารถรับศีลล้างบาปได้ (มาตรา 787)
ผู้ที่แสดงความเต็มใจที่จะน้อมรับความเชื่อคริสตชนจะต้องได้รับการลงทะเบียนเข้าสู่กระบวนการเตรียมรับศีลล้างบาป (catechumenate - มาจากภาษากรีก katechoumenoi แปลว่า ผู้รับการอบรม) คริสตศาสนิกชนสำรอง หรือ ผู้เตรียมรับศีลล้างบาป (catechumens) จะได้รับการนำเข้าสู่ธรรมล้ำลึกแห่งความรอดพ้น และได้รับการแนะนำให้รู้จักกับชีวิตและงานแพร่ธรรมของประชากรของพระเจ้า (มาตรา 788) หลังจากรับศีลล้างบาป คริสตชนใหม่จะยังคงเติบโตในความเข้าใจความจริงแห่งพระวรสารและหน้าที่คริสตชนของตนต่อไป; พวกเขาจะเกิดความรักต่อพระคริสตเจ้าและพระศาสนจักรของพระองค์ (มาตรา 789)
ท่านกำลังอ่าน
บทที่ 23 “กิจกรรมธรรมทูต”
- บทที่ 1 “ประเด็นเบื้องต้น”
- บทที่ 2 “ประวัติศาสตร์ของกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 3 “ยุคหลังอัครสาวกและพระศาสนจักรยุคแรกเริ่ม”
- บทที่ 4 “พระศาสนจักรแห่งจักรวรรดิ”
- บทที่ 5 “พระศาสนจักรและระบบศักดินา”
- บทที่ 6 “ยุคคลาสสิกของกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 7 “ยุคเสื่อมถอยและการปฏิรูป”
- บทที่ 8 “พระศาสนจักรในโลกสมัยใหม่”
- บทที่ 9 “การประมวลข้อกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 10 "ประมวลกฎหมายฉบับปรับปรุง และการฟื้นฟูพระศาสนจักร"
- บทที่ 11 "แหล่งกำเนิดของกฎหมายพระศาสนจักร"
- บทที่ 12 "ประมวลกฎหมายพระศาสนจักร"
- บทที่ 13 "คริสตชนสัตบุรุษ"
- บทที่ 14 "ศาสนบริกรศักดิ์สิทธิ์ (มาตรา 232–93)"
- บทที่ 15 "พระสันตะปาปาแห่งโรม"
- บทที่ 16 "คณะพระสังฆราช”
- บทที่ 17 "สังฆมณฑลและพระสังฆราช (มาตรา 368–514)"
- บทที่ 18 "การรวมกลุ่มของสังฆมณฑลและพระสังฆราช"
- บทที่ 19 “เขตวัดและเจ้าอาวาส (มาตรา 515–72)”
- บทที่ 20 “ชีวิตที่ถวายแด่พระเจ้าและชีวิตแพร่ธรรม: นักบวช (มาตรา 573–746)”
- บทที่ 21 “หน้าที่การสั่งสอนของพระศาสนจักร”
- บทที่ 22 “การสอนคำสอน”
- บทที่ 23 “กิจกรรมธรรมทูต”
- บทที่ 24 “การศึกษาคาทอลิก”
- บทที่ 25 “การจัดพิมพ์หนังสือ”
- บทที่ 26 “การประกาศยืนยันความเชื่อและการสาบานตนแห่งความซื่อสัตย์”
- บทที่ 27 “การทำให้ศักดิ์สิทธิ์ไป”
- บทที่ 28 “ศีลศักดิ์สิทธิ์ (มาตรา 840–1165)”
- บทที่ 29 “ศีลล้างบาป”
- บทที่ 30 “ศีลกำลัง”
- บทที่ 31 “ศีลมหาสนิท”
- บทที่ 32 “ศีลอภัยบาป”
- บทที่ 33 “ศีลเจิมคนไข้”
- บทที่ 34 “ศีลบรรพชา”
- บทที่ 35 “ศีลสมรส”
- บทที่ 36 “การนมัสการพระเจ้าด้านอื่นๆ (มาตรา 1166–1204)”
- บทที่ 37 “สถานที่และเวลาศักดิ์สิทธิ์ (มาตรา 1205–53)”
- บทที่ 38 “บรรดทัดฐานทั่วไป”
- บทที่ 39 “อำนาจการปกครอง”
- บทที่ 40 “ทรัพย์สินทางโลก”
- บทที่ 41 “ว่าด้วยบทลงโทษในพระศาสนจักร”
- บทที่ 42 “กระบวนการพิจารณาความ”