บทที่ 26 “การประกาศยืนยันความเชื่อและการสาบานตนแห่งความซื่อสัตย์”
(Profession of Faith and Oath of Fidelity)
มาตราต่างๆ กำหนดให้มีการประกาศยืนยันความเชื่ออย่างเปิดเผยในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งหรือหน้าที่บางอย่าง โดยพื้นฐานแล้วรูปแบบของบทแสดงความเชื่อนี้คือบทข้าพเจ้าเชื่อแบบดั้งเดิมจากสภาสังคายนาแห่งนิเชีย (Nicaea) และคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) ในศตวรรษที่ 4 (ในปี ค.ศ. 1989 สมณกระทรวงเพื่อหลักความเชื่อ ได้เพิ่มข้อความ 3 ย่อหน้าลงในรูปแบบดังกล่าว เพื่อรวมระดับของการสอนที่อ้างอิงถึงในมาตรา 750 และ 752 เข้าไว้ด้วย) ผู้ที่ต้องทำการประกาศยืนยันความเชื่อ มีดังต่อไปนี้ (มาตรา 833):
1. ผู้เข้าร่วมในสภาสังคายนาและสมัชชา
2. พระคาร์ดินัล
3. พระสังฆราชและผู้บริหารสังฆมณฑล
4. ผู้ช่วยพระสังฆราชทั่วไป อุปสังฆราช และผู้ช่วยพระสังฆราชฝ่ายตุลาการ (vicars general, episcopal and judicial)
5. เจ้าอาวาส
6. อธิการบ้านเณรและศาสตราจารย์ในบ้านเณร
7. ผู้เตรียมตัวรับศีลบวชเป็นสังฆานุกร
8. อธิการบดีมหาวิทยาลัยคาทอลิกและอาจารย์สอนเทววิทยา
9. อธิการของหมู่คณะนักบวช
นอกจากนี้ ข้อผูกมัดในการกระทำพิธีสาบานตนแห่งความซื่อสัตย์ นั่นคือ การให้คำสัตย์ปฏิญาณว่าจะรักษาความสนิทสัมพันธ์ (communion) และจะปฏิบัติหน้าที่ของตำแหน่งที่ตนรับให้สมบูรณ์ ได้ถูกเพิ่มเติมสำหรับบุคคลที่ระบุไว้ในข้อ 4 ถึงข้อ 9 ข้างต้น ข้อผูกมัดที่เพิ่มขึ้นนี้ถูกแทรกโดยสมณกระทรวงเพื่อหลักความเชื่อ และได้รับการอนุมัติจากพระสันตะปาปาในเวลาต่อมาในปี ค.ศ. 1989
ท่านกำลังอ่าน
บทที่ 26 “การประกาศยืนยันความเชื่อและการสาบานตนแห่งความซื่อสัตย์”
- บทที่ 1 “ประเด็นเบื้องต้น”
- บทที่ 2 “ประวัติศาสตร์ของกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 3 “ยุคหลังอัครสาวกและพระศาสนจักรยุคแรกเริ่ม”
- บทที่ 4 “พระศาสนจักรแห่งจักรวรรดิ”
- บทที่ 5 “พระศาสนจักรและระบบศักดินา”
- บทที่ 6 “ยุคคลาสสิกของกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 7 “ยุคเสื่อมถอยและการปฏิรูป”
- บทที่ 8 “พระศาสนจักรในโลกสมัยใหม่”
- บทที่ 9 “การประมวลข้อกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 10 "ประมวลกฎหมายฉบับปรับปรุง และการฟื้นฟูพระศาสนจักร"
- บทที่ 11 "แหล่งกำเนิดของกฎหมายพระศาสนจักร"
- บทที่ 12 "ประมวลกฎหมายพระศาสนจักร"
- บทที่ 13 "คริสตชนสัตบุรุษ"
- บทที่ 14 "ศาสนบริกรศักดิ์สิทธิ์ (มาตรา 232–93)"
- บทที่ 15 "พระสันตะปาปาแห่งโรม"
- บทที่ 16 "คณะพระสังฆราช”
- บทที่ 17 "สังฆมณฑลและพระสังฆราช (มาตรา 368–514)"
- บทที่ 18 "การรวมกลุ่มของสังฆมณฑลและพระสังฆราช"
- บทที่ 19 “เขตวัดและเจ้าอาวาส (มาตรา 515–72)”
- บทที่ 20 “ชีวิตที่ถวายแด่พระเจ้าและชีวิตแพร่ธรรม: นักบวช (มาตรา 573–746)”
- บทที่ 21 “หน้าที่การสั่งสอนของพระศาสนจักร”
- บทที่ 22 “การสอนคำสอน”
- บทที่ 23 “กิจกรรมธรรมทูต”
- บทที่ 24 “การศึกษาคาทอลิก”
- บทที่ 25 “การจัดพิมพ์หนังสือ”
- บทที่ 26 “การประกาศยืนยันความเชื่อและการสาบานตนแห่งความซื่อสัตย์”
- บทที่ 27 “การทำให้ศักดิ์สิทธิ์ไป”
- บทที่ 28 “ศีลศักดิ์สิทธิ์ (มาตรา 840–1165)”
- บทที่ 29 “ศีลล้างบาป”
- บทที่ 30 “ศีลกำลัง”
- บทที่ 31 “ศีลมหาสนิท”
- บทที่ 32 “ศีลอภัยบาป”
- บทที่ 33 “ศีลเจิมคนไข้”
- บทที่ 34 “ศีลบรรพชา”
- บทที่ 35 “ศีลสมรส”
- บทที่ 36 “การนมัสการพระเจ้าด้านอื่นๆ (มาตรา 1166–1204)”
- บทที่ 37 “สถานที่และเวลาศักดิ์สิทธิ์ (มาตรา 1205–53)”
- บทที่ 38 “บรรดทัดฐานทั่วไป”
- บทที่ 39 “อำนาจการปกครอง”
- บทที่ 40 “ทรัพย์สินทางโลก”
- บทที่ 41 “ว่าด้วยบทลงโทษในพระศาสนจักร”
- บทที่ 42 “กระบวนการพิจารณาความ”