บทที่ 2 “ประวัติศาสตร์ของกฎหมายพระศาสนจักร”
(History of Canon Law)
ประวัติศาสตร์โครงสร้างทางกฎหมายของพระศาสนจักรตั้งแต่ยุคหลังอัครสาวกจนถึงปัจจุบันนั้นมีความซับซ้อนอย่างยิ่ง พระศาสนจักรไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับโครงสร้างการบริหารที่จัดการไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ได้พัฒนากฎระเบียบและขั้นตอนต่างๆ ไปพร้อมกับการเติบโตและแผ่ขยาย ในกระบวนการดังกล่าว กฎเกณฑ์ของพระศาสนจักรถูกหล่อหลอมโดยความต้องการภายใน วัฒนธรรมรอบข้าง และแรงกดดันจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
กระบวนการวิวัฒนาการนี้ไม่ใช่เส้นทางที่ราบรื่นหรือเป็นเส้นตรงเลย แต่มันคล้ายคลึงกับความผันผวนของกลุ่มชนผู้แสวงบุญที่กำลังเดินทางข้ามทวีปอันแปลกตา ต้องเผชิญอุปสรรคและได้รับประโยชน์จากสิ่งที่พวกเขาพบเจอ พวกเขาตอบสนองและเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมรอบตัว ป้องกันตนเองจากศัตรูในบางครั้ง แต่ก็ค้นพบและนำวิถีทางใหม่ๆ มาปรับใช้ พวกเขาหยิบยืมธรรมเนียมของผู้อื่นมาใช้จากทั้งความจำเป็นและจากความมีปรีชาญาณ
บทสรุปย่อของประวัติศาสตร์อันยาวนานของกฎหมายพระศาสนจักรนี้ สามารถแบ่งออกเป็นยุคต่างๆ ได้ดังนี้:
- ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 1 ถึงปลายศตวรรษที่ 4:
ยุคหลังอัครสาวกและพระศาสนจักรยุคแรกเริ่ม (The Postapostolic and Early Church) - ตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ถึงศตวรรษที่ 8:
พระศาสนจักรแห่งจักรวรรดิ (The Church of the Empire) - ตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 ถึงศตวรรษที่ 12:
พระศาสนจักรและระบบศักดินา (The Church and Feudalism) - ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 12 ถึงกลางศตวรรษที่ 14:
ยุคคลาสสิก (The Classical Period) - ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 14 ถึงศตวรรษที่ 18:
ยุคเสื่อมถอยและการปฏิรูป (Decline and Reform) - ศตวรรษที่ 18 และ 19:
พระศาสนจักรในโลกสมัยใหม่ (The Church in the Modern World) - ศตวรรษที่ 20 จนถึงสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2:
การประมวลกฎหมายพระศาสนจักร (The Codification of Canon Law) - ปลายศตวรรษที่ 20 และต้นศตวรรษที่ 21:
ประมวลกฎหมายฉบับปรับปรุงและการดิ้นรนเพื่อฟื้นฟูพระศาสนจักร (The Revised Code and the Struggle for Church Renewal)
กระบวนการสร้างกฎเกณฑ์มักถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีการปฏิรูปพระศาสนจักร การตราและบังคับใช้กฎหมายถือเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการฟื้นฟูพระศาสนจักร ปัจจุบันเรากำลังอยู่ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งการปฏิรูป หลังจากที่เราสำรวจพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของกฎหมายพระศาสนจักรแล้ว เราจะกลับไปทบทวนช่วงเวลาสำคัญๆ ของการฟื้นฟูชีวิตพระศาสนจักร และรำลึกถึงบทบาทที่กฎหมายพระศาสนจักรมีในเหตุการณ์เหล่านั้น
ท่านกำลังอ่าน
บทที่ 2 “ประวัติศาสตร์ของกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 1 “ประเด็นเบื้องต้น”
- บทที่ 2 “ประวัติศาสตร์ของกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 3 “ยุคหลังอัครสาวกและพระศาสนจักรยุคแรกเริ่ม”
- บทที่ 4 “พระศาสนจักรแห่งจักรวรรดิ”
- บทที่ 5 “พระศาสนจักรและระบบศักดินา”
- บทที่ 6 “ยุคคลาสสิกของกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 7 “ยุคเสื่อมถอยและการปฏิรูป”
- บทที่ 8 “พระศาสนจักรในโลกสมัยใหม่”
- บทที่ 9 “การประมวลข้อกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 10 "ประมวลกฎหมายฉบับปรับปรุง และการฟื้นฟูพระศาสนจักร"
- บทที่ 11 "แหล่งกำเนิดของกฎหมายพระศาสนจักร"
- บทที่ 12 "ประมวลกฎหมายพระศาสนจักร"
- บทที่ 13 "คริสตชนสัตบุรุษ"
- บทที่ 14 "ศาสนบริกรศักดิ์สิทธิ์ (มาตรา 232–93)"
- บทที่ 15 "พระสันตะปาปาแห่งโรม"
- บทที่ 16 "คณะพระสังฆราช”
- บทที่ 17 "สังฆมณฑลและพระสังฆราช (มาตรา 368–514)"
- บทที่ 18 "การรวมกลุ่มของสังฆมณฑลและพระสังฆราช"
- บทที่ 19 “เขตวัดและเจ้าอาวาส (มาตรา 515–72)”
- บทที่ 20 “ชีวิตที่ถวายแด่พระเจ้าและชีวิตแพร่ธรรม: นักบวช (มาตรา 573–746)”
- บทที่ 21 “หน้าที่การสั่งสอนของพระศาสนจักร”
- บทที่ 22 “การสอนคำสอน”
- บทที่ 23 “กิจกรรมธรรมทูต”
- บทที่ 24 “การศึกษาคาทอลิก”
- บทที่ 25 “การจัดพิมพ์หนังสือ”
- บทที่ 26 “การประกาศยืนยันความเชื่อและการสาบานตนแห่งความซื่อสัตย์”
- บทที่ 27 “การทำให้ศักดิ์สิทธิ์ไป”
- บทที่ 28 “ศีลศักดิ์สิทธิ์ (มาตรา 840–1165)”
- บทที่ 29 “ศีลล้างบาป”
- บทที่ 30 “ศีลกำลัง”
- บทที่ 31 “ศีลมหาสนิท”
- บทที่ 32 “ศีลอภัยบาป”
- บทที่ 33 “ศีลเจิมคนไข้”
- บทที่ 34 “ศีลบรรพชา”
- บทที่ 35 “ศีลสมรส”
- บทที่ 36 “การนมัสการพระเจ้าด้านอื่นๆ (มาตรา 1166–1204)”
- บทที่ 37 “สถานที่และเวลาศักดิ์สิทธิ์ (มาตรา 1205–53)”
- บทที่ 38 “บรรดทัดฐานทั่วไป”
- บทที่ 39 “อำนาจการปกครอง”
- บทที่ 40 “ทรัพย์สินทางโลก”
- บทที่ 41 “ว่าด้วยบทลงโทษในพระศาสนจักร”
- บทที่ 42 “กระบวนการพิจารณาความ”