บทที่ 27 “การทำให้ศักดิ์สิทธิ์ไป”
(Sanctifying Function)
การทำให้ศักดิ์สิทธิ์ไป (To sanctify) หมายถึงการทำให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ และการถวายเกียรติแด่องค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ งานการทำให้ศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักรมุ่งเน้นไปที่การกระทำสาธารณะในการนมัสการพระเจ้า พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนการแสดงความศรัทธาและการพลีกรรมบางประการ บรรพนี้ของประมวลกฎหมาย ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง เกี่ยวข้องกับการวางระเบียบการนมัสการพระเจ้าของพระศาสนจักร มาตราต่างๆ สะท้อนถึงการฟื้นฟูพิธีกรรมที่เริ่มต้นขึ้นในการสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2
กฎระเบียบทางพิธีกรรมส่วนใหญ่ของพระศาสนจักรไม่ได้อยู่ในประมวลกฎหมาย แต่อยู่ในหนังสือจารีตพิธี (ritual books) (มาตรา 2) สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือต้องตระหนักว่าหนังสือจารีตพิธีเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับกฎเกณฑ์การนมัสการของพระศาสนจักร ไม่เพียงแต่จะมีบรรทัดฐานทางพิธีกรรมที่ครบถ้วนและละเอียดอยู่ในนั้น แต่ในหนังสือเหล่านั้น โดยเฉพาะในส่วนบทนำ บรรทัดฐานต่างๆ จะถูกจัดวางไว้ในบริบททางเทววิทยาและการปฏิบัติทางอภิบาลที่ลึกซึ้งและเข้าใจได้ แหล่งข้อมูลที่ควรไปค้นหาสำหรับกฎเกณฑ์การนมัสการของพระศาสนจักรคือหนังสือจารีตพิธี ซึ่งจะมีการอ้างอิงถึงในจุดที่เหมาะสมตลอดบทนี้
บรรพนี้ของประมวลกฎหมายเริ่มต้นด้วยบทนำทั่วไปเกี่ยวกับการนมัสการ พระศาสนจักรทำให้หน้าที่การทำให้ศักดิ์สิทธิ์สำเร็จสมบูรณ์ในรูปแบบพิเศษผ่านทางพิธีกรรม ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ความเป็นสงฆ์ของพระเยซูคริสตเจ้า ในพิธีกรรม พระกายทิพย์ของพระคริสตเจ้า (Mystical Body of Christ) ทั้งหมด ทั้งศีรษะและอวัยวะ ได้ถวายการนมัสการอย่างเปิดเผยแด่พระเจ้า การนมัสการนี้เกิดขึ้นเมื่อได้กระทำในนามของพระศาสนจักร โดยบุคคลที่ได้รับมอบหมาย และผ่านการกระทำที่ได้รับการอนุมัติโดยผู้มีอำนาจในพระศาสนจักร (มาตรา 834) สัตบุรุษทุกคนได้รับมอบหมายให้ทำการนมัสการโดยอาศัยศีลล้างบาป หนังสือจารีตพิธีประกอบด้วยการกระทำเพื่อการนมัสการที่ได้รับการอนุมัติโดยผู้มีอำนาจในพระศาสนจักร
พระศาสนจักรทั้งหมดเฉลิมฉลองพิธีกรรมร่วมกัน แต่บางคนในพระศาสนจักรมีความรับผิดชอบพิเศษ บรรดาพระสังฆราชเป็นผู้นำหน้าที่การทำให้ศักดิ์สิทธิ์นี้ พวกท่านคือผู้ควบคุมดูแล ผู้ส่งเสริม และผู้พิทักษ์ชีวิตทางพิธีกรรมของพระศาสนจักรที่ได้รับมอบหมายให้อยู่ในความดูแล บรรดาพระสงฆ์มีส่วนร่วมในหน้าที่การทำให้ศักดิ์สิทธิ์นี้ พวกท่านได้รับการบวชเพื่อเฉลิมฉลองการนมัสการ สังฆานุกรก็มีบทบาทในการนมัสการพระเจ้าเช่นกัน สัตบุรุษมีส่วนร่วมในหน้าที่การทำให้ศักดิ์สิทธิ์โดยการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการเฉลิมฉลองพิธีกรรม โดยเฉพาะพิธีบูชาขอบพระคุณ (มาตรา 835)
การนมัสการแบบคริสตชนคือการปฏิบัติความเป็นสงฆ์ร่วมกันของสัตบุรุษทุกคน ศาสนบริกรต้องดูแลปลุกเร้าและให้ความสว่างแก่ความเชื่อของประชาชน โดยเฉพาะผ่านทางพันธกิจแห่งพระวจนะ เพราะการนมัสการขึ้นอยู่กับความเชื่อ (มาตรา 836) การกระทำทางพิธีกรรมเป็นของพระศาสนจักรทั้งหมด ซึ่งก็คือประชากรศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า การกระทำเหล่านี้แสดงออกและส่งผลต่อพระกายของพระศาสนจักรทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่ใช่การกระทำส่วนตัว การกระทำเหล่านี้จะต้องเฉลิมฉลองโดยมีสัตบุรุษปรากฏตัวและมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันทุกครั้งที่เป็นไปได้ (มาตรา 837)
การกำกับดูแลพิธีกรรมของพระศาสนจักรเป็นหน้าที่ของสันตะสำนัก ซึ่งเป็นผู้จัดพิมพ์หนังสือจารีตพิธี และเป็นหน้าที่ของพระสังฆราชประจำสังฆมณฑล สภาพระสังฆราชมีหน้าที่จัดเตรียมและจัดพิมพ์หนังสือจารีตพิธีฉบับแปลสำหรับภูมิภาคของตน (มาตรา 838) การภาวนา กิจการพลีกรรม และกิจการเมตตาธรรม ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่การทำให้ศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักรด้วย (มาตรา 839)
ท่านกำลังอ่าน
บทที่ 27 “การทำให้ศักดิ์สิทธิ์ไป”
- บทที่ 1 “ประเด็นเบื้องต้น”
- บทที่ 2 “ประวัติศาสตร์ของกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 3 “ยุคหลังอัครสาวกและพระศาสนจักรยุคแรกเริ่ม”
- บทที่ 4 “พระศาสนจักรแห่งจักรวรรดิ”
- บทที่ 5 “พระศาสนจักรและระบบศักดินา”
- บทที่ 6 “ยุคคลาสสิกของกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 7 “ยุคเสื่อมถอยและการปฏิรูป”
- บทที่ 8 “พระศาสนจักรในโลกสมัยใหม่”
- บทที่ 9 “การประมวลข้อกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 10 "ประมวลกฎหมายฉบับปรับปรุง และการฟื้นฟูพระศาสนจักร"
- บทที่ 11 "แหล่งกำเนิดของกฎหมายพระศาสนจักร"
- บทที่ 12 "ประมวลกฎหมายพระศาสนจักร"
- บทที่ 13 "คริสตชนสัตบุรุษ"
- บทที่ 14 "ศาสนบริกรศักดิ์สิทธิ์ (มาตรา 232–93)"
- บทที่ 15 "พระสันตะปาปาแห่งโรม"
- บทที่ 16 "คณะพระสังฆราช”
- บทที่ 17 "สังฆมณฑลและพระสังฆราช (มาตรา 368–514)"
- บทที่ 18 "การรวมกลุ่มของสังฆมณฑลและพระสังฆราช"
- บทที่ 19 “เขตวัดและเจ้าอาวาส (มาตรา 515–72)”
- บทที่ 20 “ชีวิตที่ถวายแด่พระเจ้าและชีวิตแพร่ธรรม: นักบวช (มาตรา 573–746)”
- บทที่ 21 “หน้าที่การสั่งสอนของพระศาสนจักร”
- บทที่ 22 “การสอนคำสอน”
- บทที่ 23 “กิจกรรมธรรมทูต”
- บทที่ 24 “การศึกษาคาทอลิก”
- บทที่ 25 “การจัดพิมพ์หนังสือ”
- บทที่ 26 “การประกาศยืนยันความเชื่อและการสาบานตนแห่งความซื่อสัตย์”
- บทที่ 27 “การทำให้ศักดิ์สิทธิ์ไป”
- บทที่ 28 “ศีลศักดิ์สิทธิ์ (มาตรา 840–1165)”
- บทที่ 29 “ศีลล้างบาป”
- บทที่ 30 “ศีลกำลัง”
- บทที่ 31 “ศีลมหาสนิท”
- บทที่ 32 “ศีลอภัยบาป”
- บทที่ 33 “ศีลเจิมคนไข้”
- บทที่ 34 “ศีลบรรพชา”
- บทที่ 35 “ศีลสมรส”
- บทที่ 36 “การนมัสการพระเจ้าด้านอื่นๆ (มาตรา 1166–1204)”
- บทที่ 37 “สถานที่และเวลาศักดิ์สิทธิ์ (มาตรา 1205–53)”
- บทที่ 38 “บรรดทัดฐานทั่วไป”
- บทที่ 39 “อำนาจการปกครอง”
- บทที่ 40 “ทรัพย์สินทางโลก”
- บทที่ 41 “ว่าด้วยบทลงโทษในพระศาสนจักร”
- บทที่ 42 “กระบวนการพิจารณาความ”