บทที่ 30 “ศีลกำลัง”
(Confirmation)
ศีลกำลังเป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องกันบนเส้นทางแห่งการรับเข้าเป็นคริสตชน ทำให้ผู้รับศีลล้างบาปได้รับความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยพระประทานแห่งพระจิตเจ้า และผูกมัดพวกเขาให้เป็นหนึ่งเดียวกับพระศาสนจักรอย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น ศีลนี้ทำให้พวกเขามีความเข้มแข็งเพื่อเป็นพยานถึงพระคริสตเจ้าด้วยคำพูดและการกระทำ (มาตรา 879)
การเฉลิมฉลอง
(Celebration)
![]()
ศีลกำลังโปรดโดยการเจิมหน้าผากด้วยน้ำมันคริสมา ควบคู่ไปกับการปกมือและการกล่าวคำตามที่กำหนดไว้ (มาตรา 880) คำว่า "chrism" (น้ำมันคริสมา) มาจากภาษากรีก chriein แปลว่า เจิม น้ำมันคริสมาทำมาจากน้ำมันผสมบาลซัม และได้รับการอภิเษกโดยพระสังฆราช ควรเฉลิมฉลองศีลกำลังในเขตวัดและระหว่างพิธีมิสซา (มาตรา 881)
ผู้โปรดศีล
(Minister)
![]()
พระสังฆราชคือผู้โปรดศีลกำลังตามปกติ แต่พระสงฆ์ที่มีอำนาจตามกฎหมายพระศาสนจักรหรือโดยการอนุญาตพิเศษจากพระสังฆราชก็สามารถโปรดศีลกำลังได้เช่นกัน (มาตรา 882) มาตรา (มาตรา 883) ให้อำนาจการโปรดศีลกำลังแก่พระสงฆ์ดังนี้:
- ผู้ที่อยู่ในฐานะเทียบเท่าพระสังฆราช เช่น ผู้บริหารของสันตะสำนัก (apostolic administrators)
- ผู้ที่โปรดศีลล้างบาปหรือรับผู้ใหญ่ (หรือเยาวชนอายุเกินเจ็ดขวบ) เข้าสู่พระศาสนจักร
- ผู้ที่โปรดศีลกำลังให้แก่ผู้ที่ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต
พระสังฆราชประจำสังฆมณฑล แม้จะต้องโปรดศีลกำลังด้วยตนเอง แต่อาจให้พระสังฆราชท่านอื่นเป็นผู้โปรด หรือหากจำเป็น ท่านอาจมอบอำนาจในการโปรดศีลกำลังแก่พระสงฆ์บางรูปเป็นการเฉพาะ และไม่ว่าท่านหรือพระสงฆ์เหล่านั้น หากมีเหตุผลร้ายแรง ก็สามารถให้พระสงฆ์รูปร่วมโปรดศีลในกรณีเฉพาะบุคคลได้ (มาตรา 884)
พระสังฆราชมีหน้าที่ดูแลให้ประชาชนสามารถรับศีลกำลังได้ในเวลาที่เหมาะสม และพระสงฆ์ที่มีอำนาจโปรดศีลกำลังก็มีหน้าที่ต้องใช้อำนาจนั้นเพื่อประชาชน (มาตรา 885) บรรดาพระสังฆราชสามารถโปรดศีลกำลังได้ทั้งในและนอกสังฆมณฑล แต่พระสงฆ์ที่มีอำนาจโปรดศีลกำลัง จะไม่สามารถโปรดศีลนอกสังฆมณฑลได้ (ยกเว้นในกรณีที่ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต; มาตรา 886–87)
ผู้รับศีล
(Those to Be Confirmed)
![]()
ผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปแล้วแต่ยังไม่ได้รับศีลกำลังทุกคน สามารถรับศีลกำลังได้ หากไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต ผู้ที่รู้ผิดรู้ชอบแล้วต้องได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างเหมาะสม มีความพร้อมอย่างถูกต้อง และสามารถรื้อฟื้นคำมั่นสัญญาแห่งศีลล้างบาปได้ (มาตรา 889) สัตบุรุษมีหน้าที่ต้องรับศีลกำลัง บิดามารดาและเจ้าอาวาสต้องดูแลให้พวกเขาได้รับการสั่งสอนอย่างเหมาะสมและได้รับศีลนี้ในเวลาอันควร (มาตรา 890)
ควรโปรดศีลกำลังเมื่อมีอายุถึงเกณฑ์ที่รู้ผิดรู้ชอบแล้ว (ประมาณเจ็ดขวบ) เว้นแต่สภาพระสังฆราชจะกำหนดอายุเป็นอย่างอื่น หรือมีอันตรายถึงชีวิต หรือมีเหตุผลร้ายแรงอื่นๆ (มาตรา 891) (ในสหรัฐอเมริกา สภาพระสังฆราชได้กำหนดช่วงอายุสำหรับการรับศีลกำลังไว้ตั้งแต่ช่วงอายุที่รู้ผิดรู้ชอบจนถึงประมาณอายุสิบหกปี โดยมีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2002 ปัญหาที่ยังคงมีอยู่คือ ยิ่งศีลกำลังถูกจัดให้ห่างจากศีลล้างบาปและศีลมหาสนิทครั้งแรกมากเท่าใด ศีลนี้ก็ยิ่งถูกมองว่าเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งการรับเข้าเป็นคริสตชนน้อยลงเท่านั้น)
พ่อหัวแม่หัว
(Sponsors)
![]()
ควรมีพ่อหัวแม่หัวสำหรับผู้ที่รับศีลกำลัง บุคคลนั้นต้องดูแลให้ผู้รับศีลปฏิบัติตนเป็นพยานที่แท้จริงของพระคริสตเจ้า (มาตรา 892) เป็นการดีที่พ่อหัวแม่หัวในศีลล้างบาปของบุคคลนั้นจะมารับบทบาทนี้ แต่บุคคลอื่นก็สามารถทำหน้าที่แทนได้ ข้อกำหนดสำหรับผู้เป็นพ่อหัวแม่หัวในศีลกำลังเหมือนกับพ่อหัวแม่หัวในศีลล้างบาป โปรดดูข้อกำหนดด้านบนหรือมาตรา 874 (มาตรา 893)
การบันทึก
(Records)
![]()
เจ้าอาวาสต้องบันทึกชื่อผู้ที่รับศีลกำลัง ผู้โปรดศีล บิดามารดา และพ่อหัวแม่หัว พร้อมด้วยวันและสถานที่ ลงในสมุดศีลกำลัง และต้องแจ้งให้เจ้าอาวาสของเขตวัดที่ล้างบาปทราบ เพื่อที่จะได้บันทึกการรับศีลกำลังลงในสมุดล้างบาป (มาตรา 895; 535, วรรค 2)
ท่านกำลังอ่าน
บทที่ 30 “ศีลกำลัง”
- บทที่ 1 “ประเด็นเบื้องต้น”
- บทที่ 2 “ประวัติศาสตร์ของกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 3 “ยุคหลังอัครสาวกและพระศาสนจักรยุคแรกเริ่ม”
- บทที่ 4 “พระศาสนจักรแห่งจักรวรรดิ”
- บทที่ 5 “พระศาสนจักรและระบบศักดินา”
- บทที่ 6 “ยุคคลาสสิกของกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 7 “ยุคเสื่อมถอยและการปฏิรูป”
- บทที่ 8 “พระศาสนจักรในโลกสมัยใหม่”
- บทที่ 9 “การประมวลข้อกฎหมายพระศาสนจักร”
- บทที่ 10 "ประมวลกฎหมายฉบับปรับปรุง และการฟื้นฟูพระศาสนจักร"
- บทที่ 11 "แหล่งกำเนิดของกฎหมายพระศาสนจักร"
- บทที่ 12 "ประมวลกฎหมายพระศาสนจักร"
- บทที่ 13 "คริสตชนสัตบุรุษ"
- บทที่ 14 "ศาสนบริกรศักดิ์สิทธิ์ (มาตรา 232–93)"
- บทที่ 15 "พระสันตะปาปาแห่งโรม"
- บทที่ 16 "คณะพระสังฆราช”
- บทที่ 17 "สังฆมณฑลและพระสังฆราช (มาตรา 368–514)"
- บทที่ 18 "การรวมกลุ่มของสังฆมณฑลและพระสังฆราช"
- บทที่ 19 “เขตวัดและเจ้าอาวาส (มาตรา 515–72)”
- บทที่ 20 “ชีวิตที่ถวายแด่พระเจ้าและชีวิตแพร่ธรรม: นักบวช (มาตรา 573–746)”
- บทที่ 21 “หน้าที่การสั่งสอนของพระศาสนจักร”
- บทที่ 22 “การสอนคำสอน”
- บทที่ 23 “กิจกรรมธรรมทูต”
- บทที่ 24 “การศึกษาคาทอลิก”
- บทที่ 25 “การจัดพิมพ์หนังสือ”
- บทที่ 26 “การประกาศยืนยันความเชื่อและการสาบานตนแห่งความซื่อสัตย์”
- บทที่ 27 “การทำให้ศักดิ์สิทธิ์ไป”
- บทที่ 28 “ศีลศักดิ์สิทธิ์ (มาตรา 840–1165)”
- บทที่ 29 “ศีลล้างบาป”
- บทที่ 30 “ศีลกำลัง”
- บทที่ 31 “ศีลมหาสนิท”
- บทที่ 32 “ศีลอภัยบาป”
- บทที่ 33 “ศีลเจิมคนไข้”
- บทที่ 34 “ศีลบรรพชา”
- บทที่ 35 “ศีลสมรส”
- บทที่ 36 “การนมัสการพระเจ้าด้านอื่นๆ (มาตรา 1166–1204)”
- บทที่ 37 “สถานที่และเวลาศักดิ์สิทธิ์ (มาตรา 1205–53)”
- บทที่ 38 “บรรดทัดฐานทั่วไป”
- บทที่ 39 “อำนาจการปกครอง”
- บทที่ 40 “ทรัพย์สินทางโลก”
- บทที่ 41 “ว่าด้วยบทลงโทษในพระศาสนจักร”
- บทที่ 42 “กระบวนการพิจารณาความ”