Skip to main content

บทที่ 33 “ศีลเจิมคนไข้”

(Anointing of the Sick)

ในศีลเจิมคนไข้ พระศาสนจักรฝากฝังคริสตชนที่ป่วยหนักไว้กับพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงรับทรมานและรับสิริมงคล เพื่อให้พระองค์ทรงบรรเทาความทุกข์และช่วยพวกเขาให้รอดพ้น ศีลศักดิ์สิทธิ์นี้โปรดให้โดยการเจิมด้วยน้ำมันพร้อมกับบทภาวนาตามพิธีกรรม (มาตรา 998)

ในอดีต ศีลนี้เคยถูกเรียกว่า "ศีลทาสุดท้าย" (extreme unction) และมักสงวนไว้สำหรับผู้ที่ใกล้จะเสียชีวิต แต่สังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 ได้ฟื้นฟูศีลนี้ให้กลับไปสู่จุดประสงค์ดั้งเดิม นั่นคือเพื่อการภาวนา การประคับประคอง และการรักษาผู้ที่ป่วยหนัก โดยอิงจากจดหมายของนักบุญยากอบ (5:14–15)

ในการดูแลผู้ป่วยทางศีลศักดิ์สิทธิ์ ลำดับที่ถูกต้องคือ ศีลอภัยบาป, ศีลเจิมคนไข้, และ ศีลเสบียง (Viaticum) "หากใกล้จะเสียชีวิต ควรจำไว้ว่า ศีลเสบียง คือศีลศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ใกล้ตาย ไม่ใช่ศีลเจิมคนไข้"

การประกอบพิธี
(Celebration)

Line deco2 

เจ้าอาวาสและผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยต้องดูแลให้ผู้ป่วยได้รับศีลนี้ในเวลาที่เหมาะสม (มาตรา 1001) การเจิมต้องทำอย่างระมัดระวัง ตามถ้อยคำและลำดับในหนังสือพิธีกรรม (มาตรา 1000) ควรมีกลุ่มคริสตชนอย่างน้อยกลุ่มเล็กๆ มาร่วมกันประกอบพิธี และสามารถจัดพิธีเจิมคนไข้ร่วมกันสำหรับผู้ป่วยหลายคนในเวลาเดียวกันได้ (มาตรา 1002) พระสังฆราชเป็นผู้เสกน้ำมัน หรือพระสงฆ์อาจเสกน้ำมันในระหว่างการประกอบพิธีเจิมคนไข้ก็ได้ (มาตรา 999)

ศาสนบริกร
(Minister)

Line deco2

พระสงฆ์ทุกองค์ (และพระสงฆ์เท่านั้น) สามารถโปรดศีลเจิมคนไข้ได้อย่างสมบูรณ์ พระสงฆ์ที่มีหน้าที่อภิบาลมีสิทธิและหน้าที่ต้องโปรดศีลเจิมคนไข้ให้แก่ผู้ที่อยู่ในความดูแลของตน อนุญาตให้พระสงฆ์พกน้ำมันเสกติดตัวไว้ เพื่อให้สามารถเจิมคนไข้ได้ในกรณีจำเป็น (มาตรา 1003; 530, 3°)

ผู้รับศีลเจิม
(Those to Be Anointed)

Line deco2

ศีลเจิมคนไข้โปรดให้แก่คริสตชนที่เมื่อถึงเกณฑ์รู้ความแล้ว เริ่มตกอยู่ในอันตรายเนื่องจากความเจ็บป่วยหรือความชรา

  • เวลาที่เหมาะสมคือเมื่อเริ่มมีอาการป่วยหนัก (อาจป่วยทางร่างกายหรือจิตใจก็ได้)
  • สามารถรับศีลนี้ซ้ำได้ หากผู้ป่วยมีอาการทรุดหนักลงอีกหลังจากที่เคยทุเลาลงแล้ว (มาตรา 1004)
  • หากมีข้อสงสัยว่าบุคคลนั้นถึงเกณฑ์รู้ความแล้วหรือไม่, ป่วยหนักจริงหรือไม่, หรือเสียชีวิตไปแล้วหรือไม่ ให้โปรดศีลนี้ไปก่อน (มาตรา 1005) (ห้ามโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วอย่างแน่นอน)
  • ห้ามโปรดศีลเจิมคนไข้แก่ผู้ที่ดื้อดึงจมอยู่ในบาปหนักที่ปรากฏชัดแจ้ง (มาตรา 1007)

 

ท่านกำลังอ่าน

บทที่ 33 “ศีลเจิมคนไข้”